ตำรวจน้ำไทยยอมรับยิงเรือประมงเวียดนาม ระบุเพื่อป้องกันตัว-ไม่รู้ว่ามีผู้เสียชีวิต

ตำรวจน้ำไทยยอมรับยิงเรือประมงเวียดนาม ระบุเพื่อป้องกันตัว-ไม่รู้ว่ามีผู้เสียชีวิต

ตำรวจน้ำไทยยอมรับยิงเรือประมงเวียดนาม ระบุเพื่อป้องกันตัว-ไม่รู้ว่ามีผู้เสียชีวิต

รูปข่าว : ตำรวจน้ำไทยยอมรับยิงเรือประมงเวียดนาม ระบุเพื่อป้องกันตัว-ไม่รู้ว่ามีผู้เสียชีวิต

ตำรวจน้ำไทยยอมรับยิงเรือประมงเวียดนาม ระบุเพื่อป้องกันตัว-ไม่รู้ว่ามีผู้เสียชีวิต ผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจน้ำยอมรับว่าเจ้าหน้าที่ไทยเป็นผู้ยิงเรือประมงเวียดนาม โดยให้เหตุผลว่าเป็นการยิงเพื่อป้องกันตัวเนื่องจากถูกเรือประมงเวียดนามล้อม พร้อมเปิดเผยว่าไม่ทราบว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ก่อนหน้านี้สถานีโทรทัศน์แห่งชาติเวียดนามรายงานข่าวการสอบสวนเหตุยิงเรือประมงสัญชาติเวียดนาม 6 ลำ ทำให้มีลูกเรือประมงเสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บสาหัส 2 คน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 ก.ย.2558 รายงานข่าวระบุว่า การสอบสวนเบื้องต้นของทางการเวียดนามพบว่า เหตุดังกล่าวไม่ใช่การโจมตีของโจรสลัด แต่เรือที่กราดยิงเรือประมงเวียดนามนั้นเป็นเรือสัญชาติไทย ซึ่งบนตัวเรือมีสัญลักษณ์ "ไทย โพลิส 528" ติดอยู่
 
สถานีโทรทัศน์แห่งชาติเวียดนามรายงานด้วยว่า ตำรวจตระเวนชายแดนเวียดนามกำลังประสานงานกับกองทัพเรือเวียดนามเพื่อสืบสวนว่าจุดเกิดเหตุดังกล่าวอยู่ในบริเวณน่านน้ำทับซ้อนระหว่างไทย เวียดนามและมาเลเซียหรือไม่ ขณะที่ชาวประมงบนเรือที่ประสบเหตุ ยืนยันว่า ขณะเกิดเหตุกำลังหาปลาอยู่ในน่านน้ำของเวียดนาม

วันนี้ (17 ก.ย.2558) สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานคำให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ของ พล.ต.ต.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจน้ำ ที่ระบุถึงสาเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยยิงใส่เรือประมงของเวียดนามว่า เป็นการยิงป้องกันตัว เนื่องจากเรือของตำรวจไทยถูกเรือประมงเวียดนามปิดล้อม ตำรวจจึงยิงใส่ด้านหน้าเรือในระยะห่าง 100 เมตร และไม่ทราบว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากชายฝั่งจังหวัดนราธิวาส ประมาณ 40 กิโลเมตร

ตำรวจไทยไม่มีเจตนาที่จะทำให้เกิดการสูญเสียชีวิต ขณะที่เรือประมงเวียดนามเข้าน่านน้ำไทยอย่างผิดกฎหมาย ตำรวจจึงต้องเข้าจับกุม

ด้านหนังสือพิมพ์ออนไลน์นานดังของรัฐบาลเวียดนาม รายงานคำให้การของชาวประมงที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ว่า ตำรวจน้ำของไทยแจ้งผ่านวิทยุให้เรือของพวกเขาหยุดอยู่กับที่ ไม่เช่นนั้นจะถูกยิง

เรือของพวกเขาถูกตำรวจน้ำไทยไล่ล่าถึง 3 ครั้งแต่เป็นเรือคนละลำ เมื่อตำรวจยึดเรือประมงของเวียดนามลำหนึ่งได้ จึงขึ้นมาบนเรือและจับลูกเรือมัดไว้ ก่อนที่จะยึดปืนและอุปกรณ์ไป และยิงไต้ก๋งเสียชีวิต ก่อนที่จะปล่อยลูกเรือทั้งหมดและลงเรือจากไป

สื่อของเวียดนามระบุว่าการกระทำของตำรวจน้ำไทยขัดต่อกฎหมายเวียดนาม และกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งเรื่องนี้จะต้องถูกหยิบยกขึ้นหารือในระดับการทูตของทั้ง 2 ประเทศ


กลับขึ้นด้านบน