ผลสำรวจชี้ "เบี้ยยังชีพ" ความหวังของผู้สูงวัย จี้รัฐหนุนบังคับออม-สัดส่วนเท่ากันทุกกองทุน

ผลสำรวจชี้ "เบี้ยยังชีพ" ความหวังของผู้สูงวัย จี้รัฐหนุนบังคับออม-สัดส่วนเท่ากันทุกกองทุน

ผลสำรวจชี้ "เบี้ยยังชีพ" ความหวังของผู้สูงวัย จี้รัฐหนุนบังคับออม-สัดส่วนเท่ากันทุกกองทุน

รูปข่าว : ผลสำรวจชี้ "เบี้ยยังชีพ" ความหวังของผู้สูงวัย จี้รัฐหนุนบังคับออม-สัดส่วนเท่ากันทุกกองทุน

ผลสำรวจชี้ ผลสำรวจระบุเยาวชนร้อยละ 35 ยังไม่รู้ว่ารายได้หลัง 60 ปีมาจากไหน และยังไม่รู้จักวิธีการออม แนะรัฐหนุนการออมภาคบังคับ และในทุกสัดส่วนเสมอกัน ทั้งกองทุนบำเหน็จบำนาญ การออม ประกันสังคม

วันนี้ (20 ก.ย.2558) วันที่ 20 กันยายนของทุกปี เป็นวันเยาวชนแห่งชาติ ปีนี้เครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการ จัดกิจกรรม “คนรุ่นใหม่สูงวัยอย่างมีคุณภาพ ด้วยบำนาญแห่งชาติ” เพื่อรณรงค์ให้คนรุ่นใหม่และประชาชนทั่วไป วางแผนในการสร้างหลักประกันรายได้เมื่อสูงอายุ หลังผลสำรวจพบว่า ยังมีประชาชนร้อยละ 35 ที่ยังไม่ได้เริ่มวางแผนและหวังความมั่นคงจากเบี้ยยังชีพ ซึ่งผลสำรวจ "ความคิดเห็นของประชาชนต่อความมั่นคงในชีวิตเมื่อสูงวัย" โดยเครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการ พบว่า ประชาชนร้อยละ 65  มีการวางแผนเรื่องรายได้ที่จะใช้จ่ายในอนาคต เมื่ออายุ 60 ปี ขณะที่ร้อยละ 35 ไม่ได้วางแผน ประชาชนร้อยละ 25 คาดว่า จะมีรายได้เมื่ออายุ 60 ปี จากเบี้ยยังชีพ ร้อยละ 21 ระบุว่า จะมีรายได้จากลูกหลาน ร้อยละ 16  จากเงินเก็บ ร้อยละ 15 จากการทำงาน ร้อยละ 4  จากเงินบำเหน็จบำนาญ ทั้งส่วนข้าราชการและประกันสังคม มีประชาชนเพียงร้อยละ 3 เท่านั้น ที่คิดเรื่องการออมเพื่อบำนาญหรือกองทุนการออมแห่งชาติ

น.ส.สุรีรัตน์ ตรีมรรคา ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการ ระบุว่า การที่ประชาชนร้อยละ 35 ยังไม่วางแผนหรือไม่สนใจที่จะออมในกองทุนการออมแห่งชาติ เพราะส่วนใหญ่ยังมีรายได้น้อย  เบี้ยยังชีพซึ่งเป็นสวัสดิการขั้นพื้นฐานจึงเป็นความหวัง แต่การจะคาดหวังใช้เบี้ยยังชีพเพียงส่วนเดียวก็อาจไม่เพียงพอ เพราะเบี้ยยังชีพยังน้อยกว่าเส้นความยากจนที่ควรมีรายได้ที่ 2,400 บาทต่อเดือน รัฐจึงควรสนับสนุนการออมแบบภาคบังคับ นอกจากนี้ยังเห็นว่า รัฐควรสร้างแรงจูงในการออม โดยสมทบการออมให้ประชาชนอย่างเสมอภาคในสัดส่วนที่ไม่แตกต่างกัน ทั้งกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนการออมแห่งชาติ และกองทุนประกันสังคม


กลับขึ้นด้านบน