“ไกรสร”ส่งต่อผบ.ศปมผ.คนใหม่ก่อนเกษียณ กำชับรับอียูตค.-เร่งแก้กฎหมาย-ปัญหาประมง

“ไกรสร”ส่งต่อผบ.ศปมผ.คนใหม่ก่อนเกษียณ กำชับรับอียูตค.-เร่งแก้กฎหมาย-ปัญหาประมง

“ไกรสร”ส่งต่อผบ.ศปมผ.คนใหม่ก่อนเกษียณ กำชับรับอียูตค.-เร่งแก้กฎหมาย-ปัญหาประมง

รูปข่าว : “ไกรสร”ส่งต่อผบ.ศปมผ.คนใหม่ก่อนเกษียณ กำชับรับอียูตค.-เร่งแก้กฎหมาย-ปัญหาประมง

“ไกรสร”ส่งต่อผบ.ศปมผ.คนใหม่ก่อนเกษียณ กำชับรับอียูตค.-เร่งแก้กฎหมาย-ปัญหาประมง ศปมผ.ประชุมครั้งที่ 17 ครั้งสุดท้าย ก่อนผบ.ทร. พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ในฐานะผบ.ศปมผ. เกษียณอายุราชการ และส่งไม้ต่อให้พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ เสนาธิการทหารเรือ ว่าที่ผบ.ทร. ที่มารับตำแหน่งต่อ กำชับเตรียมพร้อมรับคณะสหภาพยุโรปที่จะเดินทางมาไทย 12-23 ต.ค.นี้ เพื่อพิจารณาเกี่ยวกับใบเหลืองขณะที่ พล.ร.อ.ณะ เชื่อว่าการปรับเปลี่ยนบุคลากรไม่ส่งผลกระทบต่องานศปมผ.

วันนี้ (24 ก.ย.2558) พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) เป็นประธานการประชุม ศปมผ. ครั้งที่ 17 มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในศปมผ.เข้าร่วมประชุม ซึ่งเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของปีงบประมาณ 2558 และพล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ เตรียมส่งมอบภารกิจ ผบ.ศปมผ.ให้กับพล.ร.อ.ณะ อารีนิจ เสนาธิการทหารเรือ ว่าที่ผู้บัญชาการทหารเรือ เนื่องจาก ผบ.ศปมผ.เป็นการแต่งตั้งโดยตำแหน่ง

พล.ร.อ.ไกรสรระบุว่า การประชุมวันนี้จะเป็นการติดตามภาพรวม ภายหลังคณะผู้แทนไทยเดินทางพบหารือกับเจ้าหน้าที่สหภาพยุโรปในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และติดตามความคืบหน้างานศปผม.ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายในฐานะผบ.ศปมผ.และพล.ร.อ.ณะ จะรับหน้าที่ผบ.ศปมผ.คนต่อไป ตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี โดยเชื่อว่าทุกส่วนราชการจะให้ความร่วมมือเช่นที่ผ่านมา เพราะการทำงานขณะนี้เกือบมาถึงปลายทางแล้ว และดำเนินการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย โดยหลังจากนี้จะเป็นการปรับแก้ในเรื่องต่างๆ ตามคำแนะนำของทางเจ้าหน้าที่อียู เพื่อรอการเดินทางมาไทยของคณะอียู ในช่วงวันที่ 12-23 ต.ค.นี้ ซึ่งจะเป็นหารือถึงการแก้ปัญหาต่างๆ ของไทยว่า ได้ตอบโจทย์และเป็นที่พอใจของทางอียูหรือไม่ รวมถึงการพิจารณาเกี่ยวกับใบเหลืองของไทย

โดยหลังวันที่ 1 ต.ค.นี้จะเป็นการปรับเปลี่ยนบุคลากรบางส่วนในศปมผ. ซึ่งกองทัพเรือยังปฏิบัติหน้าที่อยู่เกินครึ่ง ขณะที่ส่วนราชการอื่นๆ มีการปรับเปลี่ยนผู้บริหารระดับสูงเพียงบางคนเท่านั้น และผู้ที่ขึ้นมารับตำแหน่งใหม่ก็เกาะติดการทำงานอยู่ในศปมผ.อยู่แล้ว จึงเชื่อมั่นว่าการทำงานจะต่อเนื่อง และไม่น่ามีปัญหาที่จะทำให้งานชะงัก

พล.ร.อ.ไกรสรกล่าวว่า ทั้งนี้นอกจากการเตรียมรับคณะอียูแล้ว การประชุม ศปมผ.ครั้งที่ 17 ยังเป็นการติดตามความก้าวหน้าแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมายจากการประชุมที่ผ่านมา โดยให้คณะทำงานกฎหมาย ศปมผ.ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มเติมบทลงโทษ กรณีเรือประมงต่างชาติลักลอบเข้ามาทำการประมงในน่านน้ำไทย และรายงานความก้าวหน้าการจัดทำกฎหมายการประมงฉบับใหม่

นอกจากนี้ยังเป็นการเตรียมการด้านงบประมาณ และกำลังพลรองรับแผนปฏิบัติการของปีงบประมาณ 2559 พร้อมทั้งให้ฝ่ายกำลังพล สำนักงานเลขานุการ ศปมผ. ประสานคณะกรรมการพัฒนาการฝึกอาชีพทหารก่อนปลดเป็นกองหนุน เพื่อประกาศรับสมัครพลทหารที่จะปลดประจำการ ทำงานในเรือประมง โดยกำหนดค่าตอบแทนขั้นต่ำ 15,000 บาท

ที่ประชุมยังให้ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล หรือ ศรชล.รายงานผลการตรวจเรือประมงในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะการปฏิบัติงานของศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออกเรือประมง หรือ PIPO ในการตรวจเรือที่ท่า รวมไปถึงการตรวจเรือในทะเลของหน่วยเรือ เกี่ยวกับจำนวนเรือที่ตรวจพบการกระทำความผิด และการลงโทษผู้กระทำความผิด

พล.ร.อ.ไกรสร กล่าวต่อว่า ด้านศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล หรือ ศรชล.เขตต่าง ๆ ได้ติดตามความก้าวหน้า การรื้อถอนโพงพาง และลอบพับได้ ให้เป็นไปตามคำสั่ง คสช.ที่ 24/2558 ลงวันที่ 5 ส.ค.2558 และรายงานให้ที่ประชุมรับทราบต่อไป ทั้งนี้ที่ประชุมยังให้คณะทำงานกฎหมาย พิจารณากรณีการทำการประมงมีการกระทำผิดซ้ำซ้อน ต้องมีโทษทางปกครองในเรื่องการเพิกถอนใบอนุญาตด้วย

พร้อมทั้งให้คณะทำงานกฎหมาย คณะทำงานจัดทำนโยบายด้านการประมงทะเล เร่งรัดปรับเอกสารให้สมบูรณ์ เพื่อนำเข้าคณะรัฐมนตรี พร้อมกับเอกสารแผนปฏิบัติการแห่งชาติในการแก้ไขปัญหาการทำกาประมงผิดกฎหมาย ภายในวันที่ 13 ต.ค.2558 รวมไปถึงให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาประเด็นการรวมเล่มทะเบียน,ใบอนุญาตจดทะเบียนใช้เรือ และใบอนุญาตทำการประมง ให้อยู่ในฉบับเดียวกัน และรายงานให้ที่ประชุมพิจารณาต่อไป

ที่ประชุม ให้คณะทำงานปรับปรุงระบบตรวจสอบย้อนกลับ และพัฒนาระบบงาน โดยนำเอาระบบสารสนเทศมาใช้ เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มากขึ้น ขณะเดียวกันให้สำนักงานเลขานุการ ศปมผ. เร่งรัดการจัดทำแผนงานและความต้องการงบประมาณ วงรอบตั้งแต่ พ.ย.2558 – เม.ย.2559 จากหน่วยต่างๆ พร้อมนำเข้าคณะรัฐมนตรีภายใน 13 ต.ค.2558 พร้อมทั้งให้ ศปมผ. โดยศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้า-ออกเรือประมง หรือ PIPO เป็นผู้ดำเนินการจ่ายเงินชดเชยให้กับชาวประมง ตามข้อเสนอของ ผู้ช่วยเลขานุการ สำนักงานเลขานุการศปมผ.

ติดตามข่าวสารผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ไทยพีบีเอสออนไลน์
https://www.facebook.com/ThaiPBSNews?ref=hl


กลับขึ้นด้านบน