แกะรอยผ่านมือถือ-ภาพวงจรปิด ไขคดีเหตุระเบิดราชประสงค์

แกะรอยผ่านมือถือ-ภาพวงจรปิด ไขคดีเหตุระเบิดราชประสงค์

แกะรอยผ่านมือถือ-ภาพวงจรปิด ไขคดีเหตุระเบิดราชประสงค์

รูปข่าว : แกะรอยผ่านมือถือ-ภาพวงจรปิด ไขคดีเหตุระเบิดราชประสงค์

แกะรอยผ่านมือถือ-ภาพวงจรปิด ไขคดีเหตุระเบิดราชประสงค์ นอกจากการข่าวสิ่งที่ทำให้คดีมีความคืบหน้า เทคโนโลยีที่เจ้าหน้าที่นำมาไขปริศนาตั้งแต่หลังเกิดเหตุ การติดตามผู้ต้องสงสัยมาจนถึงคำรับสารภาพ ซึ่งโทรศัพท์ของผู้ต้องหาและภาพจากกล้องวงจรปิด กลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญของการแกะรอยคดีนี้

ภาพวงจรปิดคืนที่เกิดเหตุระเบิดหน้าศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 17 ส.ค.2558 แสดงให้เห็นชายเสื้อเหลือง วางกระเป๋าเป้ใต้ที่นั่งในศาลท้าวมหาพรหมลุกขึ้นใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปและเดินออก ก่อนระเบิดทำงานเพียง 3 นาที เมื่อไปดูภาพวงจรปิดที่ด้านหน้าโรงแรมแกรนไฮแอท เอราวัณ ค่อนข้างชัดว่าเขาถือโทรศัพท์และเสียบสายหูฟังระหว่างเดินออกมา สอดคล้องกับที่พยานยืนยันว่าเขาใช้โทรศัพท์และหูฟังสีขาว คุยกับปลายสายตลอดเวลาที่นั่งจักรยานยนต์ไปลงที่สวนลุมพินี

การสืบสวนของตำรวจในช่วงแรกพยายามค้นหาสัญญาณโทรศัพท์ใกล้จุดเกิดเหตุจนพบความผิดปกติจากเบอร์หนึ่งปิดการใช้งานตั้งแต่ระเบิด ผ่านมาเกือบ 2 สัปดาห์ ตำรวจมาพบสัญญาณเบอร์ต้องสงสัยนี้อีกครั้งย่านหนองจอก ตำรวจแกะรอยจนนำไปสู่การบุกตรวจค้นพูลอนันอพาร์ตเมนท์ในวันที่ 29 สิงหาคม และนั่นเป็นครั้งแรกที่พบตัวนายอาเดม คาราดัก หรือ อีกชื่อ บิลาล เติร์ก มูฮัมหมัด

ในห้องพักของนายอาเดม เจ้าหน้าที่พบอุปกรณ์ประกอบระเบิดจำนวนมาก เสื้อสีเทา และโทรศัพท์ยี่ห้อซัมซุงสีขาว มีลายนิ้วมือของเขาติดอยู่ที่โทรศัพท์ ซึ่งแม้จะเริ่มสงสัยว่าโทรศัพท์สีขาวที่พบเป็นเครื่องเดียวกับที่ชายเสื้อเหลืองใช้หรือไม่ แต่หลักฐานยังไม่มากพอ จนกระทั่งตำรวจได้ภาพวงจรปิดหน้าห้องน้ำสวนลุมพินีเห็นชายเสื้อเหลืองเปลี่ยนเสื้อผ้า ถอดแว่นและวิกผม ในมือถือถุงที่เห็นเสื้อสีเหลือง ลักษณะท่าทางคล้ายนายอาเดม ทำให้ตำรวจมั่นใจว่าคือคนเดียวกัน และหลักฐานนี้เองทำให้มัดตัวจนนายอาเดมจำนนต่อหลักฐานรับสารภาพ และนั่นทำให้หลักฐานแรกคือโทรศัพท์ซัมซุงสีขาวย้อนกลับมามัดตัวนายอาเดม คาราดัก อีกครั้ง ที่สำคัญคือการขยายผลไปถึงทุกคนที่นายอาเดมติดต่อ ทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุอาจจะเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้

ตำรวจยังนำภาพจากวงจรปิดมาเปรียบเทียบกับผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัว โดยถ่ายภาพในมุมเดียวกันให้กองพิสูจน์หลักฐานเปรียบเทียบใบหน้าเชิงซ้อนเพื่อหาความชัดเจนเพิ่มขึ้น


กลับขึ้นด้านบน