กองทัพเรือยุติค้นหาร่างผู้สูญหายเหตุเรืออับปาง หลังระดมค้นหานาน 5 ชม.

กองทัพเรือยุติค้นหาร่างผู้สูญหายเหตุเรืออับปาง หลังระดมค้นหานาน 5 ชม.

กองทัพเรือยุติค้นหาร่างผู้สูญหายเหตุเรืออับปาง หลังระดมค้นหานาน 5 ชม.

รูปข่าว : กองทัพเรือยุติค้นหาร่างผู้สูญหายเหตุเรืออับปาง หลังระดมค้นหานาน 5 ชม.

กองทัพเรือยุติค้นหาร่างผู้สูญหายเหตุเรืออับปาง หลังระดมค้นหานาน 5 ชม. กองทัพเรือยุติค้นหาร่างผู้สูญหายเหตุเรืออับปางบริเวณปากอ่าวไทย เรือเครนขนาดใหญ่เดินทางถึงจุดที่เรือจมแล้วคาดสามารถกู้เรือได้ พรุ่งนี้ (28 ก.ย.2558)

วันนี้ (27 ก.ย.2558) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการค้นหาร่างผู้สูญหายจากเหตุเรือขนส่งสินค้าอับปางบริเวณปากอ่าวไทย ล่าสุดยุติการค้นหาแล้ว หลังจากนักประดาจำนวน 12 คนของกองทัพเรือได้ระดมดำน้ำลงไปค้นหาภายในเรือที่จมอยู่ในทะเลกว่า 5 ชั่วโมงโดยเข้าไปสำรวจตามห้องต่างทั้งห้องนอนห้องน้ำและห้องเก็บสัมภาระภายในเรือแล้วไม่พบร่างผู้สูญหายแต่อย่างใด ขณะนี้เหลือเพียงห้องครัวที่ไม่สามารถเปิดประตูได้และห้องเครื่องเท่านั้นที่ยังเข้าไปสำรวจไม่ได้เนื่องจากที่บริเวณใต้น้ำมีกระแสค่อยข้างแรงพัดตัวเรือโอนเอนไปมา ภารกิจการค้นหาซากเรือจึงจำเป็นต้องยุติลง

นอกจากนี้ระหว่างที่เจ้าหน้าที่นักประดาน้ำของกองทัพเรือได้ลงไปค้นหาร่างผู้สูญหายใต้น้ำ ได้พบฝูงปลาวาฬ มาว่ายน้ำวนไปมารอบ ๆ เรืออยู่พักใหญ่ก่อนที่จะว่ายน้ำหนีไป ขณะเดียวกันในวันนี้เรือเครนขนาดใหญ่ของบริษัท ซีสตาร์ 5 จำนวน 2 ลำ และ เรือและอุปกรณ์การเก็บกู้ซากเรือใต้น้ำ บริษัท AZ อันเดอร์วอเตอร์เวิกร์ ได้เดินทางมาถึงจุดที่เรือจมแล้วอยู่ระหว่างการจัดเตรียมอุปกรณ์คาดว่า คาดว่าในวันพรุ่งนี้ (28 ก.ย.2558)หากคลื่นลมไม่แรงก็จะลงมือเก็บกู้เรือลำดังกล่าว โดยใช้เรือเครนทั้ง 2 ลำ นำแท่งพอนทูนจำนวน 4 ลูกจมน้ำลงไปคล้องที่หัวเรือและกราบเรือซ้ายขวาและทำการอัดอากาศเข้าไปให้ตัวเรือลอยขึ้นผิวน้ำและทำการสูบน้ำออกจากตัวเรือก่อนจะลากกลับเข้าฝั่ง แต่คงต้องใช้เวลาประมาณ 4 – 5 วันคาดว่าเรือน่าจะลอยขึ้นผิวน้ำได้

 ด้าน พล.ร.ท.สุชีพ หวังไมตรี ผบ.ทรภ.1 ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติในทะเล ทัพเรือภาค 1 (ศรชล ทรภ.1) ได้ประกาศเตือนประชาชนและชาวประมงที่จะออกเรือในช่วงนี้ ให้เพิ่มความระมัดระวังเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากในช่วงนี้ระหว่างวันที่ 26-30 ก.ย. นี้พายุโซร้อนยังคงปกคลุมในพื้นที่อ่าวไทย และขอให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด


กลับขึ้นด้านบน