กองสลากฯ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ หลอกโอนเงินสั่งซื้อ-สั่งจองล่วงหน้าสลากฯ

กองสลากฯ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ หลอกโอนเงินสั่งซื้อ-สั่งจองล่วงหน้าสลากฯ

กองสลากฯ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ หลอกโอนเงินสั่งซื้อ-สั่งจองล่วงหน้าสลากฯ

รูปข่าว : กองสลากฯ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ หลอกโอนเงินสั่งซื้อ-สั่งจองล่วงหน้าสลากฯ

กองสลากฯ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ หลอกโอนเงินสั่งซื้อ-สั่งจองล่วงหน้าสลากฯ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเตือนประชาชนอย่าหลงเป็นเหยื่อกลุ่มมิจฉาชีพหลอกให้เปิดบัญชีกับธนาคารกรุงไทยเพื่อใช้ในโครงการสั่งซื้อ-สั่งจองล่วงหน้าสลาก ยืนยันประชาชนทุกคนมีสิทธิเข้าโครงการได้ทุกคน แต่หากพบจะมีความผิดตามกกฎหมายการฟอกเงิน

วันนี้ (28 ก.ย.2558) พล.ต.ต.ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ระบุว่า อย่าหลงเชื่อกลุ่มมิจฉาชีพที่เชิญชวนให้รับจ้างเปิดบัญชีกับธนาคารกรุงไทย เพื่อเอาชื่อไปใช้ในโครงการสั่งซื้อ-สั่งจองล่วงหน้าสลากฯ หรือหลอกว่าสามารถจัดสรรโควตาสลากฯได้ เพราะประชาชนทุกรายมีสิทธิเข้าโครงการ โดยไม่ต้องผ่านกลุ่มคนใดได้อยู่แล้ว แต่หากกลุ่มมิจฉาชีพ หรือบรรดายี่ปั๊ว ซาปั๊ว เข้ามาแฝงตัวเปิดบัญชีกับธนาคารกรุงไทย เพื่อใช้ในโครงการสั่งซื้อ-สั่งจองล่วงหน้า เพื่อให้เกิดภาวะสลากล้นตลาด เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการจำหน่ายสลาก เนื่องจากระบบการสั่งซื้อ-สั่งจองสลากล่วงหน้า จะใช้การตัดยอดเงินผ่านบัญชีของธนาคารกรุงไทยของประชาชนที่เปิดบัญชีไว้เท่านั้น

อย่างไรก็ตามเชื่อว่าการจำหน่ายสลากของงวดวันที่ 16 ต.ค. 2558 ซึ่งถือเป็นงวดแรกในการเริ่มสั่งซื้อ-สั่งจองสลากงวดแรก ในวันที่ 3-7 ต.ค.2558 คาดว่าจะมีผู้ทิ้งโควตาสลากบางส่วน โดยสำนักงานสลากฯ จะนำส่วนนั้นมาเข้าระบบเพื่อให้ประชาชนสามารถสั่งซื้อได้ทันทีสำหรับโครงการสั่งซื้อ-สั่งจองสลากฯล่วงหน้า ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ค้ารายย่อยตัวจริงสามารถซื้อสลากฯได้โดยตรงจากสำนักงานสลากฯ ตามจำนวนและตามความสามารถในการจำหน่ายของตนเอง ที่กำหนดไว้ขั้นต่ำ 5 เล่ม แต่ไม่เกิน 50 เล่ม

ทั้งนี้นับตั้งแต่เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนผ่านระบบสาขาของธนาคารกรุงไทยและผ่านเว็บไซต์สำนักงานสลาก มีผู้ลงทะเบียนจำนวนกว่า 70,000 คน หากสำนักงานสลากฯพบว่ามีผู้ใดแฝงตัวเข้ามารับจ้างเปิดบัญชีหรือมีพฤติกรรมหลอกลวงให้ผู้อื่นโอนเงิน จะได้รับโทษตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 60 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-20 ปี หรือปรับ ตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


กลับขึ้นด้านบน