สหกรณ์การเกษตรบึงพิมพา จ.นครสวรรค์ ไม่รับเงินส่งเสริมตำบลละ 5 ล้านบาท ชี้กลัวใช้ผิดวัตถุประสงค์

สหกรณ์การเกษตรบึงพิมพา จ.นครสวรรค์ ไม่รับเงินส่งเสริมตำบลละ 5 ล้านบาท ชี้กลัวใช้ผิดวัตถุประสงค์

สหกรณ์การเกษตรบึงพิมพา จ.นครสวรรค์ ไม่รับเงินส่งเสริมตำบลละ 5 ล้านบาท ชี้กลัวใช้ผิดวัตถุประสงค์

รูปข่าว : สหกรณ์การเกษตรบึงพิมพา จ.นครสวรรค์ ไม่รับเงินส่งเสริมตำบลละ 5 ล้านบาท ชี้กลัวใช้ผิดวัตถุประสงค์

สหกรณ์การเกษตรบึงพิมพา จ.นครสวรรค์ ไม่รับเงินส่งเสริมตำบลละ 5 ล้านบาท ชี้กลัวใช้ผิดวัตถุประสงค์ ประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรบึงพิมพา อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ แสดงความจำนงไม่รับเงินโครงการมาตรการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับตำบล 5 ล้านบาท เป็นครั้งที่ 2 เหตุงบประมาณที่ได้ไม่ตรงกับโครงการที่เสนอไป หวั่นใช้ผิดวัตถุประสงค์มีความผิด ขณะที่ การจัดสรรงบดังกล่าวทั่วประเทศยังมีปัญหา

วันนี้ (2 ต.ค. 2558) นายอำนาจ จบศรี ประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรบึงพิมพา ต.บึงปลาทู อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ พร้อมผู้นำชุมชน เข้ายื่นหนังสือแสดงความจำนงไม่รับเงิน 1.8 ล้านบาท เป็นครั้งที่ 2 ที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดนครสวรรค์

นายอำนาจกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ยุทธศาสตร์ จ.นครสวรรค์ ระบุให้สหกรณ์ฯ รับเงินงบประมาณในโครงการมาตรการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับตำบล ตำบลละ 5 ล้านบาทได้ แต่ตนมองว่าไม่เหมาะและอาจผิดวัตถุประสงค์ จึงไม่รับเงินดังกล่าว ทั้งนี้ อยู่ระหว่างหารือผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อนำเสนอโครงการใหม่

ขณะที่ นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เผยหลังร่วมประชุมผ่านระบบวีดีโอคอนฟอร์เรนเกี่ยวกับโครงการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับตำบลว่า ปัญหาที่พบส่วนใหญ่คือการจัดสรรงบประมาณไม่ลงตัว จึงกำชับให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและนายอำเภอทั้ง 18 อำเภอ เร่งจัดทำแผนตามนโยบายของรัฐบาล โดยให้เน้นไปที่การกระจายรายได้ให้กับชาวบ้าน และทุกโครงการต้องมาจากความเห็บชอบของประชาชนในพื้นที่ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยเหมือนกรณี ต.ท่าก๊อ อ.แม่สรวย ที่ชาวบ้านออกมาคัดค้าน หลังเจ้าหน้าที่รัฐนำงบประมาณไปทำลานตากพืชผลทางการเกษตรกันเอง

ด้าน นายคันฉัตร ตันเสถียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย จากเกือบ 3,000 โครงการ ที่ชาวบ้านเสนอมา เมื่อคัดกรองเบื้องต้นพบว่าโครงการใน 60 ตำบล แต่จากการคัดกรองในเบื้องต้นพบว่า 60 ตำบล ต้องปรับแก้โครงการ เนื่องจากผู้จัดทำยังสับสนในการเขียนรายละเอียดเนื้อหาการใช้จ่ายงบประมาณที่ไม่ครบถ้วน แต่ยืนยันว่าทุกโครงการผ่านการทำประชาคมตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่

นายสุทธิโรจน์ เจริญธนศักดิ์ ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองบุรีรัมย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการตำบลละ 5 ล้านบาท กล่าวถึงกรณีชาวบ้านบางตำบลร้องเรียนว่าทางอำเภอไม่ยอมพิจารณาโครงการที่เสนอไปว่า เนื่องจากปีงบประมาณ 2558 รัฐบาลอนุมัติงบกระตุ้นเศรษฐกิจลงสู่ระดับตำบลแล้ว และบางพื้นที่มีการนำงบประมาณไปใช้ในการขุดลอกแหล่งน้ำหรือกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ แต่เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกตำบลได้รับการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบนี้ ขอให้ทุกตำบลเสนอโครงการตามปกติเพื่อให้คณะกรรมการระดับจังหวัดเป็นผู้พิจารณา
 


กลับขึ้นด้านบน