ชาวทุ่งป่าคาไม่ยื่นฎีกาคดีรุกป่า จ.แม่ฮ่องสอน

ชาวทุ่งป่าคาไม่ยื่นฎีกาคดีรุกป่า จ.แม่ฮ่องสอน

ชาวทุ่งป่าคาไม่ยื่นฎีกาคดีรุกป่า จ.แม่ฮ่องสอน

รูปข่าว : ชาวทุ่งป่าคาไม่ยื่นฎีกาคดีรุกป่า จ.แม่ฮ่องสอน

ชาวทุ่งป่าคาไม่ยื่นฎีกาคดีรุกป่า จ.แม่ฮ่องสอน คดีที่ชาวบ้านทุ่งป่าคา จ.แม่ฮ่องสอน บุกรุกป่า และครอบครองไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นจำคุกชาวบ้าน 23 คน ตั้งแต่ 1-7 ปี คดีนี้แม้หน่วยงานรัฐจะพยายามช่วยเหลือประกันตัวชาวบ้านออกมาในชั้นต้น แต่ผลจากคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ชาวบ้านยืนยันว่าจะไม่ขอต่อสู้อีก

ทนายความของกลุ่มชาวบ้านทุ่งป่าคา ต.แม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน อธิบายคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์จังหวัดแม่สะเรียงให้กับชาวบ้านได้รับฟัง โดยศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ชาวบ้านมีความผิดข้อหาทำไม้และมีไม้สักที่ยังไม่ได้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และทำไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วพบว่ามีไม้แปรรูปและไม้ท่อนที่ถูกตัดจำนวนมากเกินกว่าข้ออ้างเรื่องใช้ซ่อมแซมและใช้สอยในหมู่บ้าน
 
บุตรสาวของหนึ่งในจำเลย ระบุว่า แม้จะผิดหวังแต่ก็ยอมรับในคำตัดสินของศาล แต่หลังหารือกับทนายความและญาติของชาวบ้านทุกคนเห็นไปในทิศทางเดียวกันจะไม่ยืนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา เพราะมีฐานะยากจน หากต่อสู้ต้องใช้เงินและเวลานาน โดยจะขอพระราชทานอภัยโทษแทนน่าจะได้ออกจากเรือนจำเร็วขึ้น
 
สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ร่วมกับทหาร และฝ่ายปกครองนำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านทุ่งป่าคาจับชาวบ้านทั้งหมด 39 คน พร้อมยึดไม้ของกลางเป็นไม้ท่อน 700 ท่อน และไม้แปรรูปอีก 79 แผ่น แต่ระหว่างดำเนินคดีชาวบ้านเสียชีวิตไป 2 คน
 
เดือนตุลาคม 2557 ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับเงินชาวบ้าน 14 คน คนละ 10,000-20,000 บาท และจำคุกโดยไม่รอลงอาญา 23 คน ตั้งแต่คนละ 1-7 ปี ด้วยความยากจน เพราะต้องใช้เงินประกันตัวตั้งแต่คนละ 150,000-800,000 บาท ชาวบ้านจึงยอมรับโทษแทน 
 
สำหรับคดีนี้ถูกจับตามองจากต่างประเทศถึงนโยบายการปราบปราม และกระบวนการยุติธรรมของไทย วันที่ 1 ธันวาคม 2557 กระทรวงยุติธรรมจึงใช้เงินกองทุนยุติธรรม 6,300,000 บาทไปประกันตัวชาวบ้าน 16 คนออกมา และวันนี้ (22เม.ย.2558) ศาลอุทธรณ์ก็มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น 


กลับขึ้นด้านบน