ชาวประมงพบเรือทิ้งน้ำมัน คาดต้นตอเหตุคราบน้ำมันเกยหาดหัวหิน-ชะอำ ยาวกว่า 10 กม.

ชาวประมงพบเรือทิ้งน้ำมัน คาดต้นตอเหตุคราบน้ำมันเกยหาดหัวหิน-ชะอำ ยาวกว่า 10 กม.

ชาวประมงพบเรือทิ้งน้ำมัน คาดต้นตอเหตุคราบน้ำมันเกยหาดหัวหิน-ชะอำ ยาวกว่า 10 กม.

รูปข่าว : ชาวประมงพบเรือทิ้งน้ำมัน คาดต้นตอเหตุคราบน้ำมันเกยหาดหัวหิน-ชะอำ ยาวกว่า 10 กม.

ชาวประมงพบเรือทิ้งน้ำมัน คาดต้นตอเหตุคราบน้ำมันเกยหาดหัวหิน-ชะอำ ยาวกว่า 10 กม. บรรยากาศที่ชายหาดหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ วันนี้ เป็นไปอย่างคึกคัก มีหลายครอบครัวและนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำ แม้บางจุดจะมีคราบน้ำมันหลงเหลือบ้าง ซึ่งเข้าสู่วันที่ 6 แล้ว

วันนี้ (1 พ.ย.2558) นางจงกลณี ฤทธิ์ยงค์ ประธานชมรมพัฒนาชายหาดหัวหิน ระบุว่าตั้งแต่เกิดเหตุคราบน้ำมันจนถึงวันนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถจับกุมใครได้จึงขอเรียกร้องให้ดำเนินการจับกุม และมีมาตรการเฉียบขาดกับบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อดารทิ้งน้ำมันลงทะเล เนื่องจากสร้างความเสียหายกับทางผู้ค้ และนักท่องเที่ยวรวมถึงธรรมชาติทั้งในน้ำและแนวชายหาด ซึ่งรับทราบว่าคราบน้ำมันที่เกยหาดครั้งนี้ มีระยะทางกว่า 10 กม.ส่วนตัวตั้งแต่เกิดมาและอยู่หัวหินมา 50 กว่าปี ไม่เจอเหตุการคราบน้ำมันลอยเข้าชายหาดแบบนี้ ซึ่งส่งผลต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวมาก ขณะนี้ใกล้เข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นและคริสต์มาส ซึ่งจะเริ่มมีนักท่องเที่ยวต่างชาติทยอยมาเยอะมากขึ้น หากเกิดปัญหาคราบน้ำมันซ้ำรอยอีกก็หวั่นเกรงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น

ด้าน พ.ต.อ.ไชยกร สาลาเดชา ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรหัวหิน ระบุว่าขณะนี้ขั้นตอนการสืบสวน ทางกรมเจ้าท่าและเทศบาลหัวหินได้แจ้งความไว้เมื่อวันที่ 28 ต.ค.2558 แต่ขณะนี้ต้องรอข้อมูลเพิ่มเติมจาก กรมเจ้าท่าเกี่ยวกับเบาะแสที่ระบุว่ามีชาวประมงพบเรือขนาดใหญ่ทิ้งน้ำมันบริเวณปากอ่าวแม่กลอง ซึ่งทำให้กระแสลมและกระแสน้ำพัดพาน้ำมันเหล่านั้น ซึ่งมีขนาดปริมาณประมาณ 1,000 ตัน ลอยมาเกยตามแนวชายหาดหัวหินและชะอำ เป็นระยะทางกว่า 10 กม. นอกจากนี้ยังต้องรอข้อมูลการตรวจสอบจากตำรวจน้ำและทหารเรือ เนื่องจากเหตุเกิดกลางทะเลจึงเป็นความรับผิดชอบเบื้องต้นของหน่วยงานดังกล่าว รวมทั้ง ชาวประมงพบเห็นเหตุการณ์ยังไม่ได้ติดต่อเข้ามาให้การกับทางตำรวจ

ขณะที่ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอสได้พบกับชาวประมงคนหนึ่งที่บริเวณแม่น้ำแม่กลอง จ.สมุทรสาคร เป็นผู้ให้ข้อมูลและแจ้งไปที่กรมเจ้าท่า โดยระบุว่ากลางดึกของวันที่ 10 กว่าๆ ของเดือนตุลาคม ขณะกำลังเดินเรือประมง พร้อมสมาชิกระหว่างบริเวณพิกัด 13.12°100 ตอ.13 จนถึงพิกัด 13.19°100 ตอ.20  ได้พบเรือขนาดใหญ่ประมาณ 3,000-4,000 ตัน  ทิ้งน้ำมันลงน้ำ ซึ่งทางชาวประมงพร้อมสมาชิกได้ไล่เรือตามไปดู เพื่อจะตะโกนบอกว่าขออย่าปล่อยน้ำมันทิ้ง แต่จากการไล่ตามในระยะทางประมาณ  18 กม.ก็ไม่สามารถตามเข้าใกล้ได้ แต่สังเกตเห็นว่าระหว่างแล่นเรือดังกล่าวปิดไฟทำให้ไม่เห็นชื่อบริษัทเรือ เรือมีขนาดใหญ่เป็นเรือเหล็ก ปล่อยน้ำมันลงตลอดระยะทางที่กลุ่มชาวประมงไล่ตาม ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ รวมระยะทางประมาณ   18 กม.

ชาวประมงคนดังกล่าวเล่าว่าระหว่างที่พบว่ามีการทิ้งน้ำมันก็ได้พยายามหาสัญญาณและได้ใช้วิทยุสื่อสารถึงสมาชิกที่ออกเรือด้วยกัน ให้ช่วยกันแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อมาตรวจสอบ ซึ่งพิกัดที่พบนั้นอยู่บริเวณแม่กลอง จ.สมุทรสงคราม เชื่อม จ.สมุทรสาคร  แต่เมื่อแจ้งไปแล้ว 5 วัน ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จึงแจ้งไปที่กรมเจ้าท่า ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ปรากฏว่ามีคราบน้ำมันเข้าชายหาดที่หัวหินและชะอำแล้ว ที่ผ่านมาส่วนตัวพบว่าการทิ้งน้ำมันลงทะเลของเรือใหญ่นั้นจะพบอยู่บริเวณแม่กลอง แถวด่านศุลกากร

ส่วนชาวประมงคนอื่นให้ข้อมูลกับ "ไทยพีบีเอส" สอดคล้องกันว่าจุดที่มักพบการทิ้งน้ำมันลงทะเลเป็นช่วงเวลากลางคืน บริเวณที่พบบ่อยเฉลี่ย 1-2 ครั้ง ที่บริเวณเกาะสีชัง จ.ชลบุรี และปากน้ำสมุทรปราการ และหลายครั้งเคยแจ้งเจ้าหน้าที่แล้ว แต่เรื่องก็เงียบหายไป


กลับขึ้นด้านบน