"พล.อ.อ.ประจิน" แถลงผลงาน 6 เดือน ขอรับผิดกรณี ICAO ลดมาตรฐานการบิน

"พล.อ.อ.ประจิน" แถลงผลงาน 6 เดือน ขอรับผิดกรณี ICAO ลดมาตรฐานการบิน

"พล.อ.อ.ประจิน" แถลงผลงาน 6 เดือน ขอรับผิดกรณี ICAO ลดมาตรฐานการบิน

รูปข่าว : "พล.อ.อ.ประจิน" แถลงผลงาน 6 เดือน ขอรับผิดกรณี ICAO ลดมาตรฐานการบิน

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแถลงผลงานในรอบ 6 เดือน ระบุให้คะแนนการทำงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมผ่านเกณฑ์ แต่ยังมีบางโครงการไม่เป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากล่าช้ากว่าแผนที่วางไว้

พล.อ.อ.ประจินกล่าวว่า ภาพรวมการดำเนินงานของหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงคมนาคม  ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจและให้คะแนนประมาณร้อยละ 62.5 ซึ่งมีทั้งโครงการที่พอใจและไม่พอใจ โดยโครงการที่พอใจ คือ โครงการที่สามารถทำได้ตามแผนยุทธศาสตร์ที่วางไว้ แต่บางโครงการที่ไม่พอใจ เนื่องจากล่าช้ากว่าที่วางแผนไว้ เช่น โครงการด้านการพัฒนาโครงข่ายรถไฟฟ้า โครงการสุวรรณภูมิ เฟส 2 โดยยอมรับว่า สาเหตุที่ล่าช้า มาจากระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง การเวนคืนที่ดิน และกระบวนการการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) แต่ตนมั่นใจว่าโครงการต่างๆ จะมีความคืบหน้ามากขึ้นในไตรมาสที่ 3 และ 4

ส่วนการแก้ไขปัญหาข้อบกพร่องอย่างมีนัยยะสำคัญด้านความปลอดภัย (SSC) ของกรมการบินพลเรือน  พล.อ.อ.ประจินกล่าวว่าตนขอรับผิดแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งก่อนหน้านี้มีความมั่นใจว่ากิจการการบินในประเทศจะเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ แต่ยืนยันว่าการบินของไทยมีปัญหาในบางด้านเท่านั้น และเชื่อว่าสายการบินของไทยมีมาตรฐานความปลอดภัยสูง ซึ่งหลังจากนี้จะเร่งปรับปรุงแก้ไขกรมการบินพลเรือนในการออกใบอนุญาต และการกำกับดูแล ให้ได้ตามมาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ  (ICAO) ได้อย่างแน่นอน พร้อมเชื่อมั่นว่า หลังจากนี้จะพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสที่จะทำให้ไทยอยู่ในระดับแนวหน้าด้านการบิน

สำหรับผลการดำเนินงานของกระทรวงคมนาคมในรอบ 6 เดือน กระทรวงคมนาคมได้จัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทยพ.ศ. 2558 – 2565  ซึ่งมีทั้งหมด 5 แผนงานได้แก่ 1) การพัฒนาโครงข่ายรถไฟระหว่างเมือง 2) การพัฒนาโครงโครงข่ายขนส่งสาธารณะเพือแก้ไจปัญหาจราจรในกรุงเทพฯและปริมณฑล 3) การเพิ่มขีดความขีดความสามารถทางหลวงให้เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน 4) การพัฒนาโครงข่ายการขนส่งทางน้ำ และ 5) การเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการขนส่งทางอากาศรวมวงเงินลงทุนประมาณ 1.9 ล้านบาท

รวมถึงการพัฒนาโครงข่ายทางถนนและการคมนาคมขนส่งให้มาตรฐานรองรับพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษทั้ง 5 แห่ง

ส่วนการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2558 ในช่วงไตรมาสที่ 2 คาดว่าจะสามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้ประมาณ 58,000 ล้านบาท สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้เดิมคือประมาณ 45,000 ล้านบาท โดยเชื่อว่าในช่วงไตรมาสที่ 3 จะสามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้มากกว่าร้อยละ 50 และในปีนี้จะสามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้ตามกรอบที่ตั้งไว้

ส่วนการพัฒนาโครงข่ายระหว่างประเทศ กระทรวงคมนาคมลงนามความร่วมมือการพัฒนาโครงข่ายรถไฟร่วมกับรัฐบาลจีนและรัฐบาลญี่ปุ่น ด้วยการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) โดยเส้นทางที่ร่วมพัฒนากับจีนคือ กรุงเทพฯ-แก่งคอย แก่งคอย-มาบตาพุด แก่งคอยนครราชสีมา และนครราชสีมา-หนองคาย

ส่วนการพัฒนาเส้นทางรถไฟร่วมกับญี่ปุ่นขณะนี้ อยู่ระหว่างการคัดเลือกหาแนวเส้นทางที่เหมาะสม โดยคาดว่าทั้งสองฝ่ายจะพิจารณาร่างบันทึกความเข้าใจ ให้ได้ข้อยุติเพื่อให้มีการลงนามในการประชุมคณะกรรมการร่วมระดับรัฐมนตรีที่ญี่ปุ่นจะเป็นเจ้าภาพในเดือนพฤษภาคมนี้

การดำเนินงานด้านความโปร่งใส กระทรวงฯ ได้เชิญผู้แทนจากองค์กรต่อต้านการคอร์รัปชั่นและเครือข่ายการต่อต้านการทุจริต เป็นผู้สังเกตการณ์ในโครงการจัดซื้อรถโดยสารที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ และโครงการจัดหาระบบเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ร่วมกับหน่วยงานกลางภายนอกตรวจสอบความโปร่งใสในโครงการต่างๆ และจะขยายไปยังโครงการต่างๆ ในอนาคต

นอกจากนี้ ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมายังได้ปรับปรุงกฎหมายที่สำคัญซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาจำนวน 9 ฉบับ เช่น พระราชบัญญัติการขนส่งทางบกฉบับที่ 12 พ.ศ.2557 และพระราชบัญญัติรถยนต์ฉบับที่ 17 พ.ศ.2557 และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ.2558

 


กลับขึ้นด้านบน