"ยูเอ็น"ห่วงปราศรัยปลุกระดมสร้างความเกลียดชัง-ต่อต้านชนกลุ่มน้อยในเมียนมา

"ยูเอ็น"ห่วงปราศรัยปลุกระดมสร้างความเกลียดชัง-ต่อต้านชนกลุ่มน้อยในเมียนมา

"ยูเอ็น"ห่วงปราศรัยปลุกระดมสร้างความเกลียดชัง-ต่อต้านชนกลุ่มน้อยในเมียนมา

รูปข่าว : "ยูเอ็น"ห่วงปราศรัยปลุกระดมสร้างความเกลียดชัง-ต่อต้านชนกลุ่มน้อยในเมียนมา

องค์การสหประชาชาติแถลงประณามกลุ่มสุดโต่งที่ปราศรัยปลุกระดมความเกลียดชังต่อชนกลุ่มน้อย และผู้ที่นับถือศาสนามุสลิมในเมียนมา ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปครั้งประวัติศาสตร์จะมีขึ้น 8 พ.ย.นี้

วันนี้ (3 พ.ย.2558) นายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลต่อการปราศรัยเพื่อปลุกปั่นสร้างความเกลียดชังและต่อต้านชนกลุ่มน้อยรวมทั้งการใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือทางการเมืองในเมียนมา ซึ่งเลขาธิการสหประชาชาติเรียกร้องให้ชาวเมียนมาหลีกเลี่ยงการลงคะแนนเสียงให้แก่นักการเมืองที่มีนโยบายแบ่งแยกและเลือกปฏิบัติ กลุ่มพระสงฆ์ที่มีแนวคิดสุดโต่งในเมียนมา เชื่อว่าชาวมุสลิมและกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ เป็นภัยต่อศาสนาพุทธซึ่งแนวคิดนี้ได้รับการสนับสนุนจากพรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (USDP) ซึ่งได้ออกกฎหมายที่มีเนื้อหาเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติและศาสนาเป็นจำนวนหลายฉบับในช่วงปีที่ผ่านมา

ขณะที่นักธุรกิจและนักลงทุนในเมียนมาจับตามองการเลือกตั้งทั่วไปที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 8 พ.ย.2558 อย่างใกล้ชิด โดยประเด็นที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษในการเลือกตั้งครั้งนี้ได้แก่ การจัดการปัญหาการทุจริตการเลือกตั้งและการจำกัดสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์และชาวมุสลิมของรัฐบาลเมียนมา ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านเมียนมา ระบุว่านักลงทุนจะยังเดินทางเข้าไปประกอบธุรกิจในเมียนมาต่อไป เนื่องจากทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์และค่าจ้างแรงงานที่จัดอยู่ในระดับต่ำเป็นสิ่งดึงดูดนักลงทุนขณะที่ความขัดแย้งและปัญหาทางการเมืองไม่ได้เกิดขึ้นในเมืองใหญ่


กลับขึ้นด้านบน