"พล.ต.ต.ปวีณ" ยืนยันผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์เป็นผู้มีอิทธิพล ใช้อำนาจข่มขู่พยาน

"พล.ต.ต.ปวีณ" ยืนยันผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์เป็นผู้มีอิทธิพล ใช้อำนาจข่มขู่พยาน

"พล.ต.ต.ปวีณ" ยืนยันผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์เป็นผู้มีอิทธิพล ใช้อำนาจข่มขู่พยาน

รูปข่าว : "พล.ต.ต.ปวีณ" ยืนยันผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์เป็นผู้มีอิทธิพล ใช้อำนาจข่มขู่พยาน

พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ หัวหน้าชุดคลี่คลายคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญาเปิดเผยว่าผู้ต้องหาในคดีนี้เป็นผู้มีสมัครพรรคพวกและมีกำลังทรัพย์ มักใช้อำนาจข่มขู่พยาน ในส่วนการโยกย้ายตนไปไปทำงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้นั้นถือเป็นดุลยพินิจของผู้บังคับบัญชา ขณะเดียวกัน ในวันนี้ (3 พ.ย.2558) คณะทำงานของอัยการสูงสุดและพนักงานสอบสวนคดีค้ามนุษย์โรฮิงญาประชุมตรวจสอบสำนวน ก่อนนัดตรวจพยานหลักฐานในสัปดาห์หน้า ส่วนผู้ต้องหาที่เป็นทหารพยายามขอยื่นประกันตัวไปยังกระทรวงยุติธรรม แต่ศาลยังไม่ให้ประกันตัว

วันนี้ (3 พ.ย.2558) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายประยุทธ ป.สัตยารักษ์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีค้ามนุษย์ สำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า วันนี้ ได้เรียกประชุมชุดพนักงานสอบสวนคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา โดยมีพล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ รองผบช.ภาค 8 ในฐานะหัวหน้าชุดคลี่คลายคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญาร่วมให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วย 
 
ทั้งนี้ อัยการได้ส่งฟ้องผู้ต้องหาที่เป็นจำเลยศาลนาทวี 74 คน และสำนักงานคดีค้ามนุษย์ กรุงเทพฯ 14 คน รวมทั้งหมด 88 คน และยังเหลืออีก 3 คนที่อยู่ในระหว่างขั้นตอนฝากขัง ซึ่งจะส่งฟ้องให้ทันในระยะเวลาฝากขัง 7 ผลัด
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมพนักงานสอบสวนในวันนี้ เพื่อต้องการให้ตรวจสอบสำนวนในลักษณะโครงข่ายการเงิน การใช้โทรศัพท์ให้เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินคดีไม่ให้มีการตกหล่น ซึ่งอัยการยอมรับว่าในสำนวนมีผู้ต้องหาที่เป็นข้าราชการทหาร และจำเลยคนสำคัญได้พยายามขอยื่นประกันตัวไปยังกระทรวงยุติธรรมจริง ซึ่งเบื้องต้น ศาลไม่ให้ประกันตัว และจะนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 10-13 พ.ย.นี้ 
 
นายประยุทธกล่าวอีกว่า การปรับย้าย พล.ต.ต.ปวีณให้ไปดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนใต้ (ศชต.) ไม่ส่งผลกระทบต่อการสอบสวนในคดีค้ามนุษย์ เนื่องจากพนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนคดีให้อัยการเสร็จสิ้นแล้ว
พล.ต.ต.ปวีณระบุว่าในคดีนี้มีพยานถูกข่มขู่และเข้าร้องเรียนกับตำรวจซึ่งมีการลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานแล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะลาออกจากราชการหรือไม่ ก่อนหน้านี้มีกลุ่มบุคคลพยายามเข้าข่มขู่ พยานและพนักงานสอบสวนในคดี เพื่อให้เกรงกลัวและไม่กล้าไปเป็นพยานหรือทำคดีนี้

"ผู้ต้องหาในคดีค้ามนุษย์เป็นกลุ่มคนที่มีสมัครพรรคพวก มีกำลังทรัพย์ และมักใช้อำนาจต่างๆ ในทุกรูปแบบ  มีการรับแจ้งความร้องทุกข์เกี่ยวกับการข่มขู่พยาน" พล.ต.ต.ปวีณกล่าว เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าตำรวจโดนข่มขู่ด้วยหรือไม่ พล.ต.ต.ปวีณไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธแต่ระบุว่าตำรวจต้องป้องกันและระวังตัว

"คดีนี้มีผู้ต้องหาจำนวนมาก มีสมัครพรรคพวกจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ต้องระมัดระวังไม่ให้ตกเป็นเป้า ต้องระวังตัวเองอย่างเต็มที่...พยานสำคัญของเราในคดีนี้ก็ถูกข่มขู่ ถ้าพยานหวาดกลัวหรือกลับคำให้การในชั้นศาลจะเสียหายต่อพยานหลักฐานที่เรารวบรวมมาทั้งสิ้น" พล.ต.ต.ปวีณกล่าวเพิ่มเติม

สำหรับคดีนี้มีผู้ต้องหาที่เป็นทหาร ตำรวจ และกลุ่มนักการเมืองท้องถิ่นหลายคน เช่น พล.ท.มนัส คงแป้น ผู้ทรงคุณวุฒิ นายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ หรือ โกโต้ง อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล /นายประสิทธิ์ เหล็มแหล๊ะ อดีตรองนายกเทศมนตรีปาดังเบซาร์ นายมาเลย์ โต๊ะดิน อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลปูยู รวมถึงตำรวจชั้นสัญญาบัตรและประทวนรวม 4 นาย

ส่วนการปรับย้ายตนให้ไปดำรงตำแหน่งรองผบช.ศชต.ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บังคับบัญชา เป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนือหน้าที่ของตน  
 


กลับขึ้นด้านบน