ประกาศงดเล่นน้ำทะเลปราณบุรีชั่วคราว แม้สถานการณ์คราบน้ำมันดีขึ้น-พบก้อนน้ำมันขนาดใหญ่เกยหาดในสงขลา

ประกาศงดเล่นน้ำทะเลปราณบุรีชั่วคราว แม้สถานการณ์คราบน้ำมันดีขึ้น-พบก้อนน้ำมันขนาดใหญ่เกยหาดในสงขลา

ประกาศงดเล่นน้ำทะเลปราณบุรีชั่วคราว แม้สถานการณ์คราบน้ำมันดีขึ้น-พบก้อนน้ำมันขนาดใหญ่เกยหาดในสงขลา

รูปข่าว : ประกาศงดเล่นน้ำทะเลปราณบุรีชั่วคราว แม้สถานการณ์คราบน้ำมันดีขึ้น-พบก้อนน้ำมันขนาดใหญ่เกยหาดในสงขลา

ประกาศงดเล่นน้ำทะเลปราณบุรีชั่วคราว แม้สถานการณ์คราบน้ำมันดีขึ้น-พบก้อนน้ำมันขนาดใหญ่เกยหาดในสงขลา ผู้ว่าฯ ประจวบคีรีขันธ์ สั่งห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำทะเลปราณบุรีชั่วคราว เหตุยังพบก้อนน้ำมันขนาดเล็กฝังอยู่ในทราย แม้กรมควบคุมมลพิษระบุไม่เป็นอันตราย ด้านเจ้าหน้าที่ติดตามเร่งจับเรือปล่อยน้ำมันลงทะเล แต่ไม่ฟันธงลักลอบทิ้งรอผลดีเอ็นเอคราบน้ำมันก่อนระบุ ขณะที่ชาวบ้านร้องพบก้อนน้ำมันคล้ายยางมะตอยเกยหาดเป็นบริเวณกว้าง ตั้งแต่ จ.นครศรีธรรมราช ถึง จ.สงขลา

วันนี้ (3 พ.ย. 2558) นายทวี นริสสิริกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวภายหลังส่งเจ้าหน้าที่เข้าสำรวจบริเวณหาด วนอุทยานปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า ขณะนี้ สั่งห้ามนักท่องเที่ยงลงเล่นน้ำชั่วคราวอีกครั้ง เพราะยังพบคราบน้ำมันในลักษณะก้อนเล็กหรือทาร์บอลฝังในพื้นทรายบางส่วน โดยต้องต้องประเมินสถานการณ์อีก 1-2 วัน จนกว่าทะเลจะเข้าสู่ภาวะปกติ

“ล่าสุดเจ้าหน้าที่คาดว่าคราบน้ำมันในทะเลน่าจะหมดแล้ว เนื่องจากไม่มีคราบน้ำมันให้เห็นแล้ววันนี้ ส่วนผลการตรวจสอบตัวอย่างคราบน้ำมันของกรมควบคุมมลพิษเบื้องต้นระบุว่า คราบน้ำมันที่พบไม่เป็นอันตราย เพียงแต่จะล้างออกค่อนข้างยากเมื่อติดตามร่างกายเท่านั้น” นายทวีระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งรวบรวมข้อมูลเรือบรรทุกน้ำมัน เรือขนถ่ายน้ำมัน ใน จ.สมุทรสาคร จ.สมุทรสงคราม จ.เพชรบุรี และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่เข้าออกทะเลช่วงเดือน ต.ค. 2558 ที่ผ่านมา ส่งให้กับคณะทำงานตรวจสอบต้นต่อที่มาของคราบน้ำมัน ทั้งนี้ เบื้องต้นกรมเจ้าท่าประเมินว่า น้ำมันที่รั่วไหลครั้งนี้มีปริมาณ 1-5 ตัน แต่ยังสรุปว่าคราบน้ำมันดังกล่าวเป็นการลักลอบทิ้งหรือไม่ เนื่องจากต้องรอผลดีเอ็นเอที่ส่งไปตรวจในต่างประเทศ เพื่อยืนยันถึงประเภทน้ำมัน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มว่า ชาวบ้านใน ต.บ่อแดง อ.สิงหนคร จ.สงขลา พบก้อนน้ำมันคล้ายยางมะตอยถูกคลื่นชัดกองเต็มชายหาด ตั้งแต่บริเวณ อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช จนถึง อ.สิงหนคร จ.สงขลา เมื่อใช้มือสัมผัสบีบจะเหนียวติดมือล้างออกยาก และยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาตรวจสอบ โดยชาวบ้านเชื่อว่าก้อนน้ำมันดังกล่าวมาจากจากแท่นขุดเจาะปิโตรเลียมในทะเลอ่าวไทย ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี
 


กลับขึ้นด้านบน