ศูนย์วิจัยอุบัติเหตุตรวจสภาพรถตู้หลังเกิดอุบัติเหตุ 4 ศพ คาดเกิดจากขับรถความเร็วสูง-ล้อยางสึก

ศูนย์วิจัยอุบัติเหตุตรวจสภาพรถตู้หลังเกิดอุบัติเหตุ 4 ศพ คาดเกิดจากขับรถความเร็วสูง-ล้อยางสึก

ศูนย์วิจัยอุบัติเหตุตรวจสภาพรถตู้หลังเกิดอุบัติเหตุ 4 ศพ คาดเกิดจากขับรถความเร็วสูง-ล้อยางสึก

รูปข่าว : ศูนย์วิจัยอุบัติเหตุตรวจสภาพรถตู้หลังเกิดอุบัติเหตุ 4 ศพ คาดเกิดจากขับรถความเร็วสูง-ล้อยางสึก

ศูนย์วิจัยอุบัติเหตุตรวจสภาพรถตู้หลังเกิดอุบัติเหตุ 4 ศพ คาดเกิดจากขับรถความเร็วสูง-ล้อยางสึก เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย (TARC) ตรวจสอบสภาพรถตู้โดยสารร่วม บขส.สาย กทม.-อ่าวอุดม-ศรีราชา ที่ประสบอุบัติเหตุบริเวณทางขึ้นทางด่วนสายบูรพาวิถีขาออกเมื่อช่วงค่ำวานนี้ (2 พ.ย.2558) จนมีผู้โดยสารบาดเจ็บ 10 คน เสียชีวิต 4 คน เบื้องต้นเชื่อว่าคนขับใช้ความเร็วสูง เมื่อเข้าโค้งรถจึงเสียหลัก ควบคุมรถไม่ได้นำไปสู่การเฉี่ยวชนกับขอบทางด่วน

การตรวจสอบทางกายภาพพบร่องรอยคาดว่าเกิดการเฉี่ยวชนกับขอบทางด่วนตรงด้านขวาของตัวรถตลอดทั้งคัน ทีมนักวิจัยวิเคราะห์เบื้องต้นเชื่อว่าคนขับใช้ความเร็วสูง เมื่อเข้าโค้งรถจึงเสียหลัก ควบคุมรถไม่ได้ จนเฉี่ยวชนกับขอบทางด่วน ส่วนในเรื่องระบบความปลอดภัยภายในห้องโดยสารนั้นพบว่า ที่นั่งทั้ง 13 ที่ มีเข็มขัดนิรภัยแบบ 2 จุด สำหรับคาดเอวทุกที่นั่ง แต่จากการตรวจสอบไม่พบการใช้งานทั้งคนขับและผู้โดยสาร สำหรับล้อยางอาจเป็นอีกสาเหตุให้ควบคุมรถได้ยาก แม้ขนาดลมยางจะปกติ แต่พบว่าล้อฝั่งขวาทั้งล้อหน้าและล้อหลังดอกยางสึก
 
ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตเชื่อได้ว่า การกระแทกอย่างรุนแรง ทำให้เสาตรงลำตัวรถยุบ ส่งผลให้ห้องโดยสารได้รับผลกระทบอย่างหนัก

น.ส.เอื้ออารีย์ เจนศุภการ นักวิจัย TARC กล่าวว่าจากการตรวจสภาพรถเชื่อว่าสาเหตุที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากเพราะแรงกระแทกอย่างแรงทำให้เสาด้านข้างตัวรถยุบลงทำให้แรงกระแทกส่งมาถึงผู้โดยสารในห้องโดยสารโดยตรง ส่วนเหตุที่คนขับรถได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเพราะเสาด้านหน้าของตัวรถมีความแข็งแรงมากกว่าด้านข้าง

ข้อมูลที่ได้จากการตรวจสอบวันนี้ทีมนักวิจัย TARC จะนำไปรวมกับการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เพื่อนำไปสู่การคำนวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุ และการเสียชีวิตที่ชัดเจนอีกครั้ง คาดว่าจะได้ข้อสรุปใน 2 สัปดาห์

ทางด้านนายเหล็กเพ็ชร ประเสริฐ คนขับรถตู้โดยสารคันที่เกิดเหตุให้ข้อมูลกับทีมข่าวไทยพีบีเอสว่าขณะเกิดเหตุเขามีสติและชินกับเส้นทางทางด่วนบูรพาวิถี ตนขับมาด้วยความเร็ว 120 กม./ชม. แต่ยอมรับว่า ก่อนเกิดเหตุได้เปลี่ยนยางซ้ายด้านหลัง พอถึงจุดเกิดเหตุรถมีอาการส่าย ไปปะทะกับแบริเออร์ และเสาไฟจึงเสียการทรงตัว

"รถเกิดอาการส่าย เราวิ่งมาเลนกลาง รถก็ส่ายไปเลนขวา ไปปะทะกับแบริเออร์และเสาไฟ รถก็เสียการทรงตัว เราก็ประคองจนรถมาจอดอยู่เลนซ้าย" นายเหล็กเพ็ชรกล่าว

วันนี้่ (3 พ.ย.2558) พนักงานสอบสวนได้ให้ประกันตัวนายเหล็กเพ็ชรโดยใช้หลักทรัพย์ 200,000 บาทเนื่องจากเห็นว่าคนขับรถไม่มีพฤติกรรมหลบหนี 
ขณะที่ นพ.ธนะพงษ์ จินวงศ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน เสนอให้ บขส.กำหนดให้พนักงานขับรถใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนดและควบคุมให้รถขับในเส้นทางที่กำหนดเพราะการเปลี่ยนเส้นทางทำให้คนขับรถเกิดความไม่ชำนาญและทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ส่วนวิธีการควบความเร็วและเส้นทางการเดินรถสามารถทำได้โดยติดตั้งจีพีเอสที่รถตู้โดยสารเพราะจะทำให้รู้ถึงความเร็วและเส้นทางที่รถวิ่ง หากมีการทำผิดกฎหมายก็ให้มีบทลงโทษ 
 


กลับขึ้นด้านบน