นายกฯยืนยันไม่ปิดประเทศ - ร่างรธน.ได้ที่มา.ส.ส.แล้ว แต่ระบบเลือกตั้งยังพิจารณา

นายกฯยืนยันไม่ปิดประเทศ - ร่างรธน.ได้ที่มา.ส.ส.แล้ว แต่ระบบเลือกตั้งยังพิจารณา

นายกฯยืนยันไม่ปิดประเทศ - ร่างรธน.ได้ที่มา.ส.ส.แล้ว แต่ระบบเลือกตั้งยังพิจารณา

รูปข่าว : นายกฯยืนยันไม่ปิดประเทศ - ร่างรธน.ได้ที่มา.ส.ส.แล้ว แต่ระบบเลือกตั้งยังพิจารณา

นายกฯยืนยันไม่ปิดประเทศ - ร่างรธน.ได้ที่มา.ส.ส.แล้ว แต่ระบบเลือกตั้งยังพิจารณา วานนี้ (3 พ.ย.) เป็นครั้งแรกที่นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกำหนดระยะเวลาเลือกตั้งของประเทศ โดยระบุว่าการเลือกตั้งจะมีขึ้นในเดือน ก.ค.2560 พร้อมชี้แจงคำพูด “ปิดประเทศ” เป็นการเปรียบเปรย

วันนี้ (4 พ.ย.2558) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังประชุมคณะรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ชี้แจงถึงคำพูดระหว่างการประชุมมอบนโยบายแม่น้ำ 5 สาย เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ที่ระบุว่า “หากประเทศยังไม่สงบ ผมอาจต้องอยู่ต่อ จะปิดประเทศก็ต้องทำ” สิ่งที่พูดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ที่เหมือนเป็นการปิดประเทศ ไม่สามารถใช้จ่ายงบประมาณได้ เกิดการประท้วง ซึ่งก็เหมือนเป็นการปิดประเทศ ขอให้สื่อมวลชนอย่าขยายให้เกิดความขัดแย้ง พร้อมระบุว่า การเลือกตั้งจะมีขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2560

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การออกคำสั่งตามอำนาจมาตรา 44 เรื่องการคุ้มครองการบริหารจัดการข้าวคงเหลือในการดูแลรักษาของรัฐและการดำเนินการต่อผู้ต้องรับผิด เป็นการออกคำสั่งเพื่อคุ้มครองคณะกรรมการที่มีการตรวจสอบอย่างสุจริต ไม่มีการเข้าข้างหรือให้ร้าย ทุกอย่างเป็นไปตามหลักฐาน ไม่ใช่การตรวจสอบเพื่อให้มีความผิด เพราะแม้คณะกรรมการสรุปออกมาแล้ว ยังสามารถไปต่อสู้กันในศาลปกครองกลางได้

ส่วนความคืบหน้าในการร่างรัฐธรรมนูญ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ. เปิดเผยว่า กรธ.ได้พิจารณาบทบัญญัติว่าด้วยที่มา ส.ส.จบแล้ว แต่ยังขาดรายละเอียดบางส่วน เช่น จำนวน ส.ส. เบื้องต้นจำนวน ส.ส.จะมีไม่เกิน 500 คน เพราะเป็นหลักที่คุ้นเคยมาแล้ว ส่วนจะจัดสัดส่วนระหว่าง ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่ออยู่ระหว่างพิจารณา

ส่วนกรณีของการพิจารณาเรื่องระบบเลือกตั้งและการกำกับไม่ให้พรรคใหญ่ส่งพรรคนอมินีลงเลือกตั้งเพื่อหวังได้คะแนนจำนวนมากนั้น ยังอยู่ระหว่างพิจารณา เช่น กรณีที่พรรคการเมืองบอกว่าจะตั้งพรรคนอมินี จะตั้งได้อย่างไร จะแตกต่างจากเดิมที่ตั้งไว้อยู่แล้วหรือไม่ ส่วนข้อวิตกกรณีการส่งพรรคเล็กลงสมัครในเขตเลือกตั้งเดียวกับพรรคใหญ่ที่ไม่มีคู่แข่ง บางทีประชาชนอาจจะเลือกพรรคอื่นที่ไม่ใช่พรรคนอมินีก็ได้ นายมีชัยระบุด้วยว่า ไม่สามารถนำเอารูปแบบสากลมาเป็นต้นแบบ ต้องคิดถึงบริบทไทยว่าเกิดอะไร ต้องแก้ปัญหาได้อย่างไร ส่วนการกำหนดให้แข่งขันการเลือกตั้งที่เป็นธรรมระหว่างพรรคการเมือง จะเขียนไว้ในกฎหมายลูกเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง


กลับขึ้นด้านบน