หัวหน้าอุทยานฯ เกาะพีพี ขีดเส้นตายเรือท่องเที่ยวถอนสมอจากอ่าวต้นไทรพรุ่งนี้ เหตุจอดแช่นาน 3 ปี ทำปะการังตายร้อยละ 90

หัวหน้าอุทยานฯ เกาะพีพี ขีดเส้นตายเรือท่องเที่ยวถอนสมอจากอ่าวต้นไทรพรุ่งนี้ เหตุจอดแช่นาน 3 ปี ทำปะการังตายร้อยละ 90

หัวหน้าอุทยานฯ เกาะพีพี ขีดเส้นตายเรือท่องเที่ยวถอนสมอจากอ่าวต้นไทรพรุ่งนี้ เหตุจอดแช่นาน 3 ปี ทำปะการังตายร้อยละ 90

รูปข่าว : หัวหน้าอุทยานฯ เกาะพีพี ขีดเส้นตายเรือท่องเที่ยวถอนสมอจากอ่าวต้นไทรพรุ่งนี้ เหตุจอดแช่นาน 3 ปี ทำปะการังตายร้อยละ 90

หัวหน้าอุทยานฯ เกาะพีพี ขีดเส้นตายเรือท่องเที่ยวถอนสมอจากอ่าวต้นไทรพรุ่งนี้ เหตุจอดแช่นาน 3 ปี ทำปะการังตายร้อยละ 90 ผศ.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มก. เผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบจุดจอดเรือบริเวณอ่าวต้นไทร เกาะพีพี จ.กระบี่ หัวหน้าอุทยานฯ หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ขีดเส้นตายให้เรือท่องเที่ยวขนาดใหญ่ 6 ลำถอนสมอออกจากอ่าวต้นไทรภายในพรุ่งนี้ (5 พ.ย.2558) หลังพบจอดแช่นาน 3 ปี ทำปะการังตายจำนวนมาก เตรียมระดมทุนหาทุ่นผูกเรือเร่งด่วน 150 ลูก ป้องกันปะการังตายเพิ่ม

วันนี้ (4 พ.ย. 2558) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผศ.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) และนายศรายุทธ ตันเถียร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รุดตรวจสอบเรือแพขนาดใหญ่จำนวน 6 ลำ บริเวณอ่าวต้นไทร เกาะพีพี หลังทอดสมอจอดลอยลำในเขตปะการังนานกว่า 3 ปี

ผศ.ธรณ์ กล่าวว่า การเข้าตรวจครั้งนี้เป็นการไปแบบไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า เนื่องจากเกิดข้อสงสัยถึงพฤติกรรมการจอดเรือในแนวปะการัง ซึ่งเป็นเขตอุทยานแห่งชาติไม่สามารถทำได้เพราะผิดกฎหมาย จากการเข้าตรวจสอบบื้องต้นพบว่าเรือ 3 ลำ จาก 6 ลำ เจ้าของเป็นคนต่างชาติจากประเทศจีนและประเทศเกาหลี โดยหัวหน้าอุทยานฯ หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ได้ตักเตือนและขอให้ย้ายเรือออกจากพื้นที่ภายในวันพรุ่งนี้ (5 พ.ย. 2558) แต่ตนคาดว่าการย้ายออกจากพื้นที่อาจล่าช้าออกไป 1-2 วัน

ผศ.ธรณ์ กล่าวเพิ่มว่า 3 ปีแล้วที่ตนเห็นเรือพวกนี้จอดอยู่ไม่ขยับไปไหน ซึ่งเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะทะเลไทยเป็นสมบัติของทุกคน ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่งมาหาผลประโยชน์ ยิ่งเมื่อตรวจค้นภายในเรือพบห้องน้ำบนเรือก็ไม่มีบ่อกักเก็บ เท่ากับว่าสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ ถูกปล่อยลงในทะเลโดยตรงมานาน และยังพบกิจกรรมเลี่ยงกฎหมายเป็นการดำน้ำแบบไทร์ไดฟว์ (Try Dive) ที่ผู้ประกอบการนำมาแทนที่ ซี วอล์คเกอร์ (Sea Walker) ซึ่งเป็นกิจกรรมที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ออกข้อห้าม แต่การดำน้ำแบบไทร์ไดฟว์ก็ส่งผลเสียไม่แพ้กัน เพราะแต่ละคนจะสวมตีนกบแล้วลงเดินบนแนวปะการังรอบ ๆ เรือ ซึ่งเรือแต่ละลำรับนักท่องเที่ยวต่อวันจำนวน 100-200 คน

“จากการประเมินคาดว่าประการังบริเวณดังกล่าวเหลือเพียงร้อยละ 10 ส่วนใต้ท้องไม่เหลือปะการังเพราะตายหมด ” รองคณบดีคณะประมง มก. ระบุ

ผศ.ธรณ์ กล่าวด้วยว่า การลาดตระเวณเกาะพีพีวันนี้ ยังทำให้รู้ด้วยว่าเกาะพีพีไม่มีทุ่นจอดเรือเพียงพอ โดยขาดอยู่ร้อยละ 95 และต้องการทุ่นเร่งด่วนอย่างน้อย 150 ลูก ไม่เช่นนั้นปะการังรอบเกาะพีพีจะตายลงทุกวันนับเป็นวิกฤตสาหัส เพราะทุกวันนี้ต่อปีมีจำนวนเรือกว่า 1,000 ลำ เข้ามาใช้ประโยชน์จากเกาะพีพี

“ทุ่นรอบสุดท้ายผูกไปเมื่อปี 2547 ก็ไม่รู้ว่าในรอบ 11 ปี เกาะพีพีมีการจัดการปัญหากันอย่างไร ซึ่งการจัดการในเรื่องนี้ทางทางอุทยานฯ ต้องขอให้ส่วนกลางจัดสรรงบลงมา แต่ขณะนี้มีเพียงรักษาอธิบดีกรมอุทยานฯ ดำรงตำแหน่ง การดำเนินงานจึงติดขัด อย่างไรก็ดี ระหว่างนี้ผมและชาวบ้านในชมรมรักษ์พีพีจะหาทางระดมทุนเพื่อจัดหาทุ่นมาช่วยแก้ไขปัญหา” ผศ.ธรณ์ กล่าว
 


กลับขึ้นด้านบน