คนขับแท็กซี่หนุ่มร้อยเอ็ดคืนเงินเกือบ 1 แสนบาทให้เจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์

คนขับแท็กซี่หนุ่มร้อยเอ็ดคืนเงินเกือบ 1 แสนบาทให้เจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์

คนขับแท็กซี่หนุ่มร้อยเอ็ดคืนเงินเกือบ 1 แสนบาทให้เจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์

รูปข่าว : คนขับแท็กซี่หนุ่มร้อยเอ็ดคืนเงินเกือบ 1 แสนบาทให้เจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์

คนขับแท็กซี่หนุ่มร้อยเอ็ดคืนเงินเกือบ 1 แสนบาทให้เจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์ วันนี้ ( 5 พ.ย.2558) สถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์ สวพ. FM 91 ของกองตำรวจสื่อสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รายงานว่า นายสมชาย ปักษาไพร คนขับแท็กซี่ในกรุงเทพฯ ได้ส่งมอบกระเป๋าถือสีดำพร้อมเงินสด 93,900 บาท พร้อมธนบัตร สกุลเงินต่างประเทศและเอกสารสำคัญคืนให้นายสมชาย โลหิต อายุ 88 ปี เจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์ซึ่งลืมไว้ที่วางเท้าบนรถแท็กซี่เมื่อวานนี้ (4 พ.ย.) นับเป็นคนขับรถแท็กซี่พลเมืองดีคนล่าสุดที่ทำความดีโดยการคืนทรัพย์สินที่ผู้โดยสารลืมไว้ให้เจ้าของ

น.ส.ศศิธร หาญพานิช อายุ 49 ปี ลูกสาว นายสมชาย โลหิต เจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์ บ้านเลขที่ 35/62 หมู่ 12 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 4 พ.ย.ตนพร้อมนายสมชายใช้บริการรถแท็กซี่ สีเขียว-เหลืองจากบ้านพักย่านโชคชัย 4 ไปที่ หจก.สถาพร เฟอร์นิเจอร์ ถนนประดิษฐ์มนูธรรม โดยนายสมชายนั่งเบาะหน้าข้างคนขับพร้อมกับกระเป๋าถือสีดำบรรจุเงิน ส่วนตนนั่งเบาะหลังพร้อมสัมภาระหลายอย่าง เมื่อถึงที่หมายแล้วยังไม่ทราบว่าลืมกระเป๋าไว้บนรถแท็กซี่คันดังกล่าว จนกระทั่งเวลาประมาณ 13.00 น. นายสมชายต้องการของในกระเป๋าแต่หาไม่พบจึงได้ทราบว่าลืมกระเป๋าไว้บนรถแท็กซี่

น.ส.ศศิธรกล่าวว่าภายในกระเป๋าถือมีเงินสดแยกใส่ซองไว้รวมเป็นเงินประมาณ 88,500 บาท โทรศัพท์มือถือ เอกสารสำคัญ ประเภทบัตรเครดิต และบัตรประจำตัวประชาชนและของใช้จำเป็นส่วนตัว

"เมื่อรู้ตัวว่าลืมกระเป๋าพร้อมเงินสด นายสมชายมีอาการซึมและเครียดอย่างเห็นได้ชัด ส่วนตัวมีความหวังอยู่บ้างเพราะเคยได้ยินข่าวแท็กซี่เก็บเงินคืนแจ้งผ่าน สวพ.FM 91 อยู่บ่อยๆ พอได้รับข่าวจากเจ้าหน้าที่ รู้สึกดีใจมาก สังคมไทยยังมีคนดี ขอขอบคุณแท็กซี่น้ำใจงาม นายสมชาย ปักษาไพรจริงๆ”

ขณะที่นายสมชาย ปักษาไพร อายุ 49 ปี บ้านเลขที่ 17 หมู่ 2 ต.ทุ่งเขาหลวง อ.ทุ่งเขาหลวง จ.ร้อยเอ็ด คนขับแท็กซี่สีเขียว-เหลือง ทะเบียน มฎ 429 กรุงเทพมหานคร ที่นำเงินและทรัพย์สินส่งคืนเจ้าของกล่าวว่า หลังจากส่งผู้โดยสารทั้ง 2 คนในช่วงเช้าเสร็จ ก็ขับรถหารายได้ตลอดทั้งวันจนกระทั่งเวลาประมาณ 17.00 น. จึงได้ทราบว่ามีผู้โดยสารลืมกระเป๋าไว้เมื่อเปิดดูถึงรู้ว่าภายในกระเป๋ามีเงินสดจำนวน

"(เงิน) ไม่ใช่ของผม ผมไม่อยากได้" นายสมชายคนขับแท็กซี่กล่าว

นายสมชายบอกว่าเขาสอนลูกชายและลูกสาวทั้ง 2 คนเสมอว่า ของที่ไม่ใช่ของเราก็อย่าเอามาเป็นของเรา แม้ว่าเขาจะมีรายได้ไม่มากนักเพราะรถแท็กซี่ไม่ใช่ของตน บางวันจึงไม่ได้ขับทำให้ขาดรายได้ ตนจึงต้องแบ่งเงินที่ได้จากการขับรถสำรองไว้ใช้ในวันที่ไม่มีรายได้จึงไม่เดือดร้อน

ทั้งนี้ครอบครัวนายสมชาย โลหิต ได้มอบสินน้ำใจให้กับคนขับแท็กซี่เป็นเงิน 10,000 บาท


กลับขึ้นด้านบน