องค์กรชาติพันธุ์รัฐฉานอ้าง พบรายงานเจ้าหน้าที่รัฐข่มขู่ชาวบ้านให้เลือกพรรครัฐบาล

องค์กรชาติพันธุ์รัฐฉานอ้าง พบรายงานเจ้าหน้าที่รัฐข่มขู่ชาวบ้านให้เลือกพรรครัฐบาล

องค์กรชาติพันธุ์รัฐฉานอ้าง พบรายงานเจ้าหน้าที่รัฐข่มขู่ชาวบ้านให้เลือกพรรครัฐบาล

รูปข่าว : องค์กรชาติพันธุ์รัฐฉานอ้าง พบรายงานเจ้าหน้าที่รัฐข่มขู่ชาวบ้านให้เลือกพรรครัฐบาล

องค์กรชาติพันธุ์รัฐฉานอ้าง พบรายงานเจ้าหน้าที่รัฐข่มขู่ชาวบ้านให้เลือกพรรครัฐบาล องค์กรชาติพันธ์ในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา อ้างรายงานพบเจ้าหน้าที่รัฐข่มขู่ชาวบ้านในพื้นที่นอกเมืองให้เลือกพรรครัฐบาล โดยใช้เรื่องงบประมาณเป็นข้อต่อรอง ขณะที่ อ.กุนฮิง มีรายงานพรรคการเมืองชาติพันธุ์จ่ายเงินซื้อเสียง ด้านผู้ประกอบการไทยใน อ.แม่สอด จ.ตาก กังวลเรื่องแรงงานเมียนมากลับประเทศ หากเมียนมามีประชาธิปไตยและเศรษฐกิจดีขึ้น

วันนี้ (8 พ.ย. 2558) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบชาวเมียนมาบางส่วนเดินทางข้ามพรมแดนจากประเทศไทยกลับไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้ง จ.ท่าขี้เหล็ก สาธารณรัฐสหภาพเมียนมา ตั้งแต่เช้าตรู่ ส่วนหน่วยเลือกตั้งอื่น ๆ ในรัฐฉานบรรยากาศโดยรวมจนถึงขณะนี้ยังคงคึกคัก เพราะประชาชนเดินทางไปรอใช้สิทธิ์หนาแน่นตั้งแต่ช่วงเช้า ขณะที่เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง ไม่อนุญาตให้ประชาชนผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ถ่ายภาพนิ่ง และภาพวิดีโอ ภายในหน่วยเลือกตั้ง ล่าสุดยังไม่มีรายงานปัญหาการจัดการเลือกตั้ง

นางสาวมู เล อายุ 21 ปี หนึ่งในแรงงานชาวเมียนมา จาก อ.แม่สาย จ.เชียงราย ที่เดินทางมาเลือกตั้งใน จ.ท่าขี้เหล็ก เผยว่า รู้สึกตื้นเต้นกับการเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะเป็นการใช้สิทธิ์เป็นครั้งแรก

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มว่า องค์กรชาติพันธ์ในรัฐฉานรายงานอ้างว่า มีกลุ่มบุคคลอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐพูดเชิงข่มขู่ชาวบ้านให้เลือกพรรครัฐบาล ในพื้นที่นอกเมืองหลายแห่งในช่วงที่ผ่านมา และหากพบว่าเลือกพรรคการเมืองอื่นจะไม่สนับสนุนงบประมาณในพื้นที่นั้นๆ หรือ จะเพิ่มจำนวนการเกณท์ทหาร นอกจากนี้ มีรายงานว่าใน อ.กุนฮิง จ.ท่าขี้เหล็ก พรรคการเมืองชาติพันธุ์พรรคหนึ่งได้แจกเงินซื้อเสีย แต่เจ้าหน้าที่พรรคการเมืองดังกล่าวปฏิเสธ และเชื่อว่าอาจเป็นการกลั่นแล้งให้ผิดกฎหมายเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในวันเดียวกันที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ผู้ประกอบการธุรกิจตามแนวชายแดนของประเทศ ต่างเฝ้าสังเกตการณ์ว่าใครจะขึ้นมาเป็นผู้กำหนดนโยบายกด้านเศรษฐกิจ รวมถึงนโยบายของประเทศคู่ค้าในอีก 5 ปีข้างหน้า และแสดงทัศนะต่อการเลือกตั้งทั่วไปครั้งประวัติศาสตร์ของประเทศเมียนมาว่า ไม่ทำให้ทำให้เศรษฐกิจการค้าชายแดนระหว่างไทยกับเมียนมาเปลี่ยนแปลงมากนัก

นายสมศักดิ์ คะวีรัตน์ ประธานหอการค้า จ.ตาก กล่าวว่า ไม่ว่าพรรคใดเข้ามาบริหารประเทศ ท่าทีของประเทศเมียนมาต่อไทยในเรื่องการค้าจะไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก แม้ว่าจะมีประชาธิปไตยหรือเปิดการค้าเสรีมากขึ้น ที่จะทำให้สินค้าบริโภคอุปโภคจากไทยขายดีมากขึ้นก็ตาม ทว่า การลงนามหยุดยิงระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มชาติพันธุ์ จะส่งผลดีกับไทยมากกว่า เพราะผู้ประกอบการไม่ต้องกังวลว่าสินค้าจะถูกกักไว้หรือการปิดด่านชายแดนจากเหตุปะทะในเส้นทางส่งสินค้า

ด้าน นายไชยวัฒน์ ประเสริฐธรรม์ ผู้ประกอบการภาคการเกษตร อ.แม่สอด จ.ตาก กล่าวว่า หากประเทศเมียนมามีประชาธิปไตยหรือมีสภาพเศรษฐกิจที่ดีขึ้นจริง สิ่งที่จะกระทบกับไทยคือแรงงานเมียนมาจะเดินทางกลับประเทศตนเอง ซึ่งประเด็นขาดแคลนแรงงานเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการไทยต้องจับตา เพราะอาจส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจไทยไม่น้อย
 


กลับขึ้นด้านบน