“นิวัฒน์ธำรง”ยัน“ยิ่งลักษณ์”รับจำนำข้าวถูกต้อง ช่วยชาวนา-เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบ 7 แสนล.

“นิวัฒน์ธำรง”ยัน“ยิ่งลักษณ์”รับจำนำข้าวถูกต้อง ช่วยชาวนา-เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบ 7 แสนล.

“นิวัฒน์ธำรง”ยัน“ยิ่งลักษณ์”รับจำนำข้าวถูกต้อง ช่วยชาวนา-เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบ 7 แสนล.

รูปข่าว : “นิวัฒน์ธำรง”ยัน“ยิ่งลักษณ์”รับจำนำข้าวถูกต้อง ช่วยชาวนา-เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบ 7 แสนล.

“นิวัฒน์ธำรง”ยัน“ยิ่งลักษณ์”รับจำนำข้าวถูกต้อง ช่วยชาวนา-เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบ 7 แสนล. “นิวัฒน์ธำรง” อดีตรมว.พาณิชย์ ให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการตรวจสอบความรับผิดทางละเมิดโครงการรับจำนำข้าว ยืนยัน “ยิ่งลักษณ์” ไม่ได้ละเว้นการฎิบัติหน้าที่ เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และมีการกลั่นกรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสภาพัฒน์ฯและสำนักงบประมาณ

วันนี้ (9 พ.ย.) ที่กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ให้ปากคำ ในคดีแพ่งโครงการรับจำนำข้าวรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ต่อคณะกรรมการตรวจสอบความรับผิดทางละเมิด ที่มีนายจิระชัย มูลทองโร่ย หัวหน้าผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

นายนิวัฒน์ธำรงให้สัมภาณ์ภายหลังว่า การให้ปากคำครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 2 หลังจากให้ปากคำไปแล้วเมื่อวันที่ 27 ต.ค. ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง เป็นการชี้แจงเพิ่มเติม ในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อยืนยันว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ในโครงการรับจำนำข้าว เนื่องจากการดำเนินโครงการนี้อยู่ภายใต้กฎหมายกฤษฎีกา ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริการกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 ที่ระบุว่า โครงการใดที่เป็นการช่วยเหลือประชาชนสามารถทำได้

ส่วนประเด็นที่ถูกตั้งข้อสังเกต ถึงความคุ้มค่าของโครงการนั้น นายนิวัฒน์ธำรงยืนยันว่า โครงการรับจำนำข้าวมี 2 หน่วยงานหลัก คือสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงบประมาณ ทำหน้าที่กลั่นกรองตามกฎหมายและเห็นชอบทุกครั้ง สำหรับการระบายข้าวก่อนหน้านี้ใช้วิธีระบายแบบยกคลัง โดยให้เอกชนเป็นคนไปดูสภาพข้าวก่อนเสนอราคา ซึ่งเป็นวิธีการที่เหมาะสม เนื่องจากข้าวมีจำนวนมาก ถึง 18 ล้านตัน อยู่ในคลังสินค้ามากกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ หากรัฐบาลจะดำเนินการตรวจสอบสต็อกก่อนพิจารณาระบาย จะทำให้เสียเวลาและส่งผลต่อสภาพข้าวที่จะเสื่อมสภาพลง

นอกจากนี้โครงการรับจำนำ โครงการดังกล่าวสามารถช่วยเหลือเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรทั้งทางตรงและทางอ้อม ทำให้เกษตรการมีรายได้เพิ่มจากโครงการรับจำนำข้าวจากเดิมตันละ 7,000 บาท เพิ่มเป็นกว่าตันละ15,000 บาท หรือมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 140,000 ล้านบาทต่อปี เกษตรกรจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นร้อยละ 2-7 หรือมีเม็ดเงินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นประมาณ 3.5-7 แสนล้านบาท

ขณะเดียวกันรัฐบาลสามารถจัดเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้นปีละ 1 แสนล้านบาท ดังนั้นชี้ให้เห็นว่า โครงการรับจำนำข้าวสามารถทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติได้อย่างแท้จริง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาบ่ายวันเดียวกัน นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี มาให้ปากคำในคดีนี้ด้วย โดยใช้เวลาเพียง 30 นาที และก่อนหน้านี้ผู้เกี่ยวข้องมาให้ปากคำไปแล้ว เช่น นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ และรมว.คลัง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีตรมว.กลาโหม ทั้งนี้คณะกรรมการตรวจสอบความรับผิดทางละเมิด จะเรียกเกี่ยวข้องผู้ที่เหลือมาให้ข้อมูลก่อนสรุปทั้งหมดส่งให้นายกรัฐมนตรี และให้นายกรัฐมนตรี เรียกค่าเสียเสียหายที่เกิดขึ้น จากผู้ที่สร้างความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวต่อไป


กลับขึ้นด้านบน