ศาลอาญานัดตรวจหลักฐานผู้ต้องหา 88 คน คดีค้ามนุษย์โรฮิงญา-เริ่มสืบพยาน 17 พ.ย.

ศาลอาญานัดตรวจหลักฐานผู้ต้องหา 88 คน คดีค้ามนุษย์โรฮิงญา-เริ่มสืบพยาน 17 พ.ย.

ศาลอาญานัดตรวจหลักฐานผู้ต้องหา 88 คน คดีค้ามนุษย์โรฮิงญา-เริ่มสืบพยาน 17 พ.ย.

รูปข่าว : ศาลอาญานัดตรวจหลักฐานผู้ต้องหา 88 คน คดีค้ามนุษย์โรฮิงญา-เริ่มสืบพยาน 17 พ.ย.

ศาลอาญานัดตรวจหลักฐานผู้ต้องหา 88 คน คดีค้ามนุษย์โรฮิงญา-เริ่มสืบพยาน 17 พ.ย. ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานคดีค้ามนุษย์โรฮิงญาและมีการนำตัวผู้ต้องหามาศาลถึง 88 คน หนึ่งในนั้นคือ พล.ท.มนัส คงแป้น ผู้ทรงคุณวุฒิทหารบก ผู้ต้องหาคนสำคัญ จำเลยทั้ง 88 คนยังปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

วันนี้ (10 พ.ย.2558) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลอาญาได้ออกสำนวนพิจารณาคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา ที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายบรรจง ปองผล นายกเทศมนตรีเมืองปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก นายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ หรือโกโต้ง อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล กับพวก ซึ่งเป็นข้าราชการและพลเรือนรวม 88 คน เป็นจำเลยในความผิด 16 ข้อหา ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ศาลมีคำสั่งรับฟ้องคดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดช่วงเช้าเจ้าหน้าที่ได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาคดีต่อจำเลย โดยจะเบิกความพยานฝ่ายจำเลยก่อน ซึ่งจะเรียงลำดับนัดตามพยานหลักฐานเอกสาร ที่พาดพิงถึงบุคคลใดก่อน และจะเปิดโอกาสให้ซักค้านได้ พร้อมกำชับให้ทนายจำเลยและผู้ที่เกี่ยวข้อง อย่าเลื่อนการสืบพยานโดยไม่มีเหตุจำเป็น เนื่องจากคดีมีจำเลยจำนวนมาก จะทำให้กระทบต่อจำเลยคนอื่นๆ

นอกจากนี้ในระหว่างการเรียกขานจำเลยและทนายความ มีทนายความของจำเลยหลายคน ขอถอนตัวออกจากกระบวนการ ซึ่งทางศาลได้พิจารณาแต่งตั้งทนายความคนใหม่ให้ทันที เพื่อให้กระบวนการพิจารณาคดีเป็นไปโดยเร็วและพร้อมเพรียงกันทั้งหมด แต่จำเลยคนสำคัญ เช่น นายบรรจง ปองผล พล.ท.มนัส คงแป้น และนายปัจจุบัน หรือโกโต้ง มีทนายความครบถ้วน และจำเลยทั้ง 88 คน ยังให้การปฏิเสธในทุกข้อกล่าวหา ตั้งแต่ชั้นสอบสวนและในชั้นศาล

ด้าน พล.ต.ต.ปวีณ พงษ์สิรินทร์ ในฐานะหัวหน้าชุดพนักงานสอบสวนคดี เปิดเผยว่า ยังมีผู้ต้องหาทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ยังหลบหนีคดี ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดี

คดีนี้โจทก์ระบุในคำฟ้องว่า เกิดเหตุเมื่อประมาณต้นเดือนมกราคมปี 2554 จนถึงวันที่ 1 พฤษภาคม 2558  จำเลยได้ร่วมกันหลอกลวงขู่บังคับชาวบังกลาเทศและชาวโรฮิงญาจากเมียนมา ว่าสามารถนำมาทำงานในประเทศมาเลเซียได้  ทำให้มีผู้เสียหายหลงเชื่อยินยอมไปทำงานตามที่ถูกชักชวน แต่ปรากฏว่า ผู้เสียหายถูกใช้กำลังบังคับอุ้มพาหรือใช้ปืนข่มขู่  ซึ่งมีผู้เสียหายบางคนเป็นเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ในระหว่างที่ผู้เสียหายถูกควบคุมตัว มีการทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้บาดเจ็บเสียชีวิต และยังพบว่า มีการนำผู้เสียหายขายต่อไปยังนายหน้ารายอื่นในราคา 6-7 หมื่นบาท

สำหรับคดีนี้ยังต้องมีการนัดตรวจเอกสารพยานหลักฐานต่อเนื่องกันถึง 4 วัน เนื่องจากมีเอกสารทางคดีมากถึง 70 แฟ้ม เริ่มนับจากวันนี้ไปจนถึงวัน 13 พ.ย.นี้ และศาลได้นัดสืบพยานจำเลยนัดแรกในวันที่ 17 พ.ย.นี้

กดถูกใจหน้าเพจ ThaiPBSNews
https://www.facebook.com/ThaiPBSNews?ref=hl



กลับขึ้นด้านบน