"ซู จี" คาดพรรค NLD ได้เสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาล หลังกวาดที่นั่งได้แล้วกว่าร้อยละ 70

"ซู จี" คาดพรรค NLD ได้เสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาล หลังกวาดที่นั่งได้แล้วกว่าร้อยละ 70

"ซู จี" คาดพรรค NLD ได้เสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาล หลังกวาดที่นั่งได้แล้วกว่าร้อยละ 70

รูปข่าว : "ซู จี" คาดพรรค NLD ได้เสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาล หลังกวาดที่นั่งได้แล้วกว่าร้อยละ 70

 นางออง ซาน ซู จี หัวหน้าพรรค NLD เชื่อว่าจะได้รับเสียงข้างมากและสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ขณะที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนสหรัฐอเมริกาเตือนว่าความตึงเครียดทางศาสนาในเมียนมาอาจทวีความรุนแรงมากขึ้น

วันนี้(10 พ.ย.2558) นางอองซาน ซู จี หัวหน้าพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือ NLD ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบีบีซี เป็นครั้งแรกหลังการเลือกตั้งว่าพรรค NLD จะได้รับเสียงข้างมากและอาจจะได้ที่นั่งมากถึงร้อยละ 75 ซึ่งสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้พร้อมทั้งระบุว่า การเลือกตั้งโดยส่วนใหญ่ดำเนินไปอย่างเสรีแม้ว่าจะไม่ยุติธรรมและมีการคุกคามในบางพื้นที่อยู่บ้างก็ตาม

ล่าสุดคณะกรรมการการเลือกตั้งเมียนมาได้ประกาศผลการเลือกตั้งในสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว 88 ที่นั่ง ซึ่งพรรคเอ็นแอลดี กวาดที่นั่งไปได้ 78 ที่นั่ง จากที่นั่งที่มีอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 440 ที่นั่ง ส่วนสภาชนชาติหรือวุฒิสภายังไม่มีการประกาศผลการเลือกตั้งในขณะนี้ ขณะที่ผลการเลือกตั้งในสภาท้องถิ่นซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 652 ที่นั่ง ประกาศไปแล้ว 162 ที่นั่ง ซึ่งพรรค NLD กวาดที่นั่งไปได้ 142 ที่นั่ง

นายเจสัน คาร์เตอร์ ผู้อำนวยการศูนย์คาร์เตอร์ของสหรัฐอเมริกาซึ่งคอยจับตาดูการเลือกตั้งทั่วโลก ชื่นชมทางการเมียนมาที่ประสบความสำเร็จในการจัดการเลือกตั้งแสดงให้เห็นความก้าวหน้าของการเปลี่ยนผ่านไปสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตย แม้ว่ากรอบของรัฐธรรมนูญในภาพรวมยังคงมีข้อบกพร่องอยู่บ้างก็ตาม

ด้านนายอเล็กซานเดอร์ กราฟ แลมป์สดอร์ฟ หัวหน้าคณะผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งจากสหภาพยุโรป ระบุว่า กระบวนการจัดการเลือกตั้งของเมียนมาดีกว่าที่คาดหวังไว้ก่อนหน้านี้ โดยคูหาเลือกตั้งร้อยละ 95 ถูกจัดอยู่ในระดับ "ดี" หรือ "ดีมาก" แต่เมียนมาจำเป็นต้องมีการปฏิรูปอีกหลายสิ่ง เพื่อให้เกิดการเลือกตั้งที่แท้จริงในอนาคต เนื่องจากร้อยละ 25 ของที่นั่งในสภาเมียนมายังคงถูกสงวนไว้ให้กับผู้แทนจากกองทัพ

ขณะที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนยูไนเต็ดทู เอ็นด์ จีโนไซด์ ของสหรัฐอเมริกาออกแถลงการณ์เตือนว่า ความตึงเครียดทางศาสนาระหว่างชาวพุทธและชาวมุสลิมโรฮิงญาอาจทวีความรุนแรงมากขึ้นหลังจากการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา พร้อมทั้งเรียกร้องให้ประชาคมโลกจับตาดูสถานการณ์ในเมียนมาอย่างใกล้ชิด


กลับขึ้นด้านบน