เปิดเอกสารก.พ.ร.ชงยุบ 7 องค์การมหาชน “วิษณุ”ชี้ซีอีโอบางที่เงินเดือนสูงกว่านายกฯ

เปิดเอกสารก.พ.ร.ชงยุบ 7 องค์การมหาชน “วิษณุ”ชี้ซีอีโอบางที่เงินเดือนสูงกว่านายกฯ

เปิดเอกสารก.พ.ร.ชงยุบ 7 องค์การมหาชน “วิษณุ”ชี้ซีอีโอบางที่เงินเดือนสูงกว่านายกฯ

รูปข่าว : เปิดเอกสารก.พ.ร.ชงยุบ 7 องค์การมหาชน “วิษณุ”ชี้ซีอีโอบางที่เงินเดือนสูงกว่านายกฯ

เปิดเอกสารก.พ.ร.ชงยุบ 7 องค์การมหาชน “วิษณุ”ชี้ซีอีโอบางที่เงินเดือนสูงกว่านายกฯ “วิษณุ” ระบุจะยุบองค์การมหาชนคงไม่ได้ แค่จะปรับปรุงบางองค์กรเท่านั้น ยอมรับ TCDC อยู่ในข่ายเปลี่ยนแปลง บางองค์กรซีอีโอได้รับเงินเดือนสูงกว่านายกฯ ยันจะพิจารณาทุกองค์ประกอบ ไม่ผลีผลาม ขณะที่เอกสารแจกครม.ระบุชัดก.พ.ร.ชงยุบ 7 องค์กร ย้ายการกำกับดูแล 3 แห่ง พร้อมดำเนินการให้เสร็จในก.ค.2559

วันนี้ (10 พ.ย.) เวลา 15.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ได้รายงานผลการประเมินองค์การมหาชน จำนวน 39 แห่ง ต่อที่ประชุมครม. โดยคะแนนแบ่งเป็นดีมาก ปานกลาง และสอบตก ที่ผ่านมาการประเมินแบบนี้มีขึ้นทุกปี โดยให้ผู้ปฏิบัติงานขององค์การมหาชนนั้นๆ เป็นผู้ตั้งโจทย์ และก.พ.ร.จะประเมินตามโจทย์ที่องค์การมหาชนบอกมา ว่าทำได้ตามนั้นหรือไม่ แต่ผลคะแนนดังกล่าวไม่มีผลกับการคงอยู่ขององค์การมหาชนเหล่านั้น เพราะตัวชี้วัดเป็นคนละตัวกัน ซึ่งการจะคงอยู่หรือไม่นั้น จะนำเกณฑ์อื่นมาเป็นตัวตั้ง เช่น วัตถุประสงค์ในการตั้งองค์การมหาชนคืออะไร ได้ทำตามวัตถุประสงค์นั้นหรือไม่ มีธรรมาภิบาล โปร่งใส ประหยัด คุ้มทุน คุ้มค่าหรือไม่ และภารกิจที่ทำอยู่ควรให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ เอกชน หรือให้องค์การมหาชนทำเหมือนเดิม ทั้งนี้การประเมินการคงอยู่นั้นจะมีคณะอนุกรรมการชุดหนึ่งที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบ จากนั้นจะเข้าก.พ.ร.และเข้าครม.เพื่อพิจารณาตามลำดับ แต่เรื่องนี้ยังไม่ได้เข้าที่ประชุมครม. ในครั้งนี้ ซึ่งคงอีกนาน

“การที่มีคนพูดว่าจะยุบนั้นมันเว่อร์ไป ความหมายคือ อาจเปลี่ยนแปลงอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งดูหลายอย่าง ทั้งแฟนคลับ คนที่นิยม ลูกค้า งบประมาณที่ใช้ ความสัมฤทธิ์ผล วัตถุประสงค์ และที่สำคัญจะดูว่าภารกิจนี้ควรจะทำในรูปแบบใด ซึ่งการพิจารณาการดำรงอยู่ขององค์การมหาชนเป็นครั้งแรกตั้งแต่มีมา แต่เมื่อจะปฏิรูปก็ต้องเอามาคิด แต่ยังไม่ถึงเวลาพิจารณา” นายวิษณุกล่าว

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าการจะยุบศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) นายวิษณุกล่าวว่า มีการพิจารณา แต่ไม่ถึงกับยุบ เพียงแต่จะไปอยู่กับใครเท่านั้นเอง อาทิ เคยอยู่กับกระทรวงหนึ่ง แต่หากพิจารณาแล้วเห็นว่าไปอยู่กับอีกกระทรวงจะทำงานได้ดีกว่าก็เปลี่ยน และหากมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร พนักงานเจ้าหน้าที่จะได้เงินชดเชย ซึ่งครม.ต้องพิจารณาหลายอย่าง ไม่ใช่อยู่ดีๆ ยุบทิ้ง เรารู้ว่าการจะปฏิรูปอะไรมันยุ่งยาก กระทบกับคนที่อยู่และคนที่ใช้บริการ จึงต้องดูทุกอย่างประกอบ แต่ขณะเดียวกัน ต้องคิดถึงผลประโยชน์ของชาติโดยส่วนรวมด้วย วันนี้เรามีองค์การมหาชนหลายแห่งที่ผู้บริหารระดับซีอีโอมีเงินเดือนหลายแสน มากกว่านายกรัฐมนตรีถึงสามเท่า บางองค์การมีเจ้าหน้าที่เพียง 7 คน

“อย่างน้อยวันนี้ก็ได้ผลแล้วว่า องค์การมหาชนทั้ง 39 แห่ง ที่อยู่กันมาโดยไม่มีใครตรวจสอบ แล้วสบาย เงินเดือนเยอะๆ แต่วันนี้มีการตรวจสอบ ส่วนที่ไปตั้งข้อสังเกตกันว่าองค์การมหาชนต่างๆ ตั้งสมัยรัฐบาลนั้นรัฐบาลนี้ ยืนยันว่าไม่ใช่เป็นการล้างแค้นหรืออะไร แต่หลายอย่างไปพบว่า บางแห่งตั้งแค่ข้ามคืนโดยไม่มีการศึกษา ไปดูงาน แล้วเห็นอีกวันก็ตั้งเลย” รองนายกรัฐมนตรีกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า กระแสสังคมที่คัดค้านการยุบองค์การมหาชนจะนำมาเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ความนิยมและกระแสสังคมจะมีส่วนในการคิดว่าจะให้ทำไปอีกระยะหนึ่ง เผื่อว่าจะมีธรรมาภิบาลขึ้นมา แต่หากไม่มีธรรมาภิบาลต่อให้กระแสสังคมคิดอย่างไรเราคงต้องคิดอีกแบบ

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธข่าวการยุบหน่วยงานองค์การมหาชน รวมไปถึงศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) และสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) โดยเป็นเพียงการประเมินการทำงานว่าตรงตามเจตนารมณ์การก่อตั้งหน่วยงานและคุ้มค่ากับการใช้จ่ายงบประมาณหรือไม่ โดยจะใช้เวลาอีก 3-6 เดือน เพื่อพิจารณาการทำงานและปรับกฏหมายที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจน ก่อนที่จะมีการพิจารณสั่งยุบหรือยกเลิกในอนาคต

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในวาระการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ มีเอกสาร รายงานผลการดำเนินการตามข้อเสนอของนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 ม.ค.2558 และวันที่ 23 มิ.ย.2558 ระบุว่า ข้อเสนอ เห็นชอบให้สำนักงานก.พ.ร.นำเสนอครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับความจำเป็นในการมีอยู่ ขององค์การมหาชน ซึ่งก.พ.ร.ได้ให้ความเห็นชอบแล้วดังนี้
1.ผลการทบทวนความจำเป็นในการมีอยู่ขององค์การมหาชน จำนวน 39 แห่ง
2.แนวทางการดำเนินการหากครม.มีมติยุบเลิกองค์การมหาชน

1.1ให้ยุบเลิก 4 แห่ง (ภายใน 6-8 เดือน นับแต่วันที่มีมติครม. (ภายในก.ค.2559))
- สำนักงานพัฒนาพิงคนคร
- องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.)
- ศูนย์คุณธรรม (ศคธ.)
- สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (สบร.)

1.2ให้ยุบเลิก 3 แห่ง (ภายในวันที่ 8 มิ.ย.2559)
- สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (บจธ.)
- สถาบันวัคซีนแห่งชาติ (สวช.)
- สถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (สบพน.)
1.3 ให้คงความเป็นองค์การมหาชนต่อไป และควรย้ายการกำกับดูแลของรัฐมนตรีผู้รักษาการ 3 แห่ง
- สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.)
- สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (สคช.)
- สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (สคพ.)

สาระสำคัญ
- ก.พ.ร.มีมติ (16 ก.ค.2558) เห็นชอบ ผลการพิจารณาทบทวนความจำเป็นฯ และแนวทางการดำเนินการ หากครม.มีมติให้ยุบเลิกฯ
1.กำหนดระยะเวลาการดำเนินการยุบเลิกไม่เกิน 6-8 เดือน
2.ให้องค์การมหาชนที่ถูกยุบเลิกชะลอภาระกิจในลักษณะที่ริเริ่มใหม่ และดำเนินการเฉพาะในส่วนที่อาจมีผลกระทบหรือส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้อตกลงต่างๆ ตามความจำเป็นเท่านั้น
3.ให้เจ้าหน้าที่องค์การมหาชนที่ถูกยุบเลิกได้รับเงินชดเชย ไม่น้อยกว่าที่กำหนดในกฎหมายแรงงาน และระเบียบการจ่ายเงินชดเชยกรณีเลิกจ้าง ขององค์การมหาชนและเงินช่วยเหลือ (เยียวยา)
4.ให้คณะกรรมการ องค์การมหาชนที่ถูกยุบเลิก ตรวจสอบและชำระบัญชี โอน หรือจำหน่ายทรัพย์สินที่ยังคงเหลืออยู่ จัดการเกี่ยวกับเงินชดเชย และเงินช่วยเหลือ (เยียวยา) จัดทำข้อเสนอการถ่ายโอนกิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ และงบประมาณเสนอก.พ.ร. ก่อนเสนอครม.กำหนดวันยุติภารกิจขององค์การมหาชน และบอกเลิกสัญญาจ้าง รวมทั้งยกร่างพ.ร.ฎ.ยุบเลิกองค์การมหาชน
5.ให้นำเงินคงเหลือจากการชำระบัญชีส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน
6.มอบสำนักงานก.พ.ร.เป็นศูนย์กลางประสานข้อมูลด้านบุคคลากรขององค์การมหาชน
- สคก.มีข้อสังเกตว่า ควรใช้คำตามมติ แก้ไขคำว่า “เงินชดเชย” เป็นคำว่า “ค่าตอบแทนการเลิกจ้าง”
ข้อเสนอแนะ เห็นชอบตามที่ก.พ.ร.เสนอทั้ง 2 ข้อ และให้รับข้อสังเกตของสคก.ไปดำเนินการด้วย

กดถูกใจหน้าเพจ ThaiPBSNews
https://www.facebook.com/ThaiPBSNews?ref=hl


แท็ก

แท็ก

แท็ก
กลับขึ้นด้านบน