ชงกฎหมายรวมกองทุนเพื่อการศึกษา หวังแก้กลไกทวงหนี้ กยศ. 4 แสนล้านบาท

ชงกฎหมายรวมกองทุนเพื่อการศึกษา หวังแก้กลไกทวงหนี้ กยศ. 4 แสนล้านบาท

ชงกฎหมายรวมกองทุนเพื่อการศึกษา หวังแก้กลไกทวงหนี้ กยศ. 4 แสนล้านบาท

รูปข่าว : ชงกฎหมายรวมกองทุนเพื่อการศึกษา หวังแก้กลไกทวงหนี้ กยศ. 4 แสนล้านบาท

ชงกฎหมายรวมกองทุนเพื่อการศึกษา หวังแก้กลไกทวงหนี้ กยศ. 4 แสนล้านบาท ขณะนี้ยอดของเงินปล่อยกู้สำหรับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) สูงถึง 4 แสนล้านบาท ขณะที่การติดตามการชำระหนี้ของลูกหนี้ ยังไม่มีกลไกที่สามารถเข้าถึงผู้ที่จบการศึกษาได้ กองทุนเพื่อการศึกษาจึงเสนอแนวทางรวมกองทุน กยศ.และ กรอ. ไว้ด้วยกัน โดยจะเสนอเป็นกฎหมายที่เพิ่มกลไกการติดตามหนี้ ติดตามได้จากรายงาน

วันนี้ (13 พ.ย. 2558) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.สุกัลยา ศักดิ์อุดมเลิศ นอกจากจะมีอาชีพเป็นพนักงานประจำแล้ว ยังมีอาชีพเสริมเพื่อหารายได้อีกทาง เพื่อแบ่งเงินชำระเข้ากองทุนเงิน กยศ.ที่กู้เรียนในชั้นปริญญาตรี ซึ่งเห็นว่าเงินจำนวนนี้ไม่ได้สูงมากเมื่อเทียบกับโอกาสทางการศึกษาที่ได้รับ

นอกจากผู้กู้รายนี้ ยังมีผู้กู้จนถึงปัจจุบัน 4 ล้านคน คิดเป็นเงิน 4 แสนล้านบาท แต่ส่วนใหญ่ทางกองทุนไม่สามารถติดตามการชำระเงินคืนได้ จึงมีการเสนอแนวคิดแก้ปัญหานี้ ด้วยการรวมกองทุน กยศ.และกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) ไว้ด้วยกัน

โดย นายเปรมประชา ศุภสมุทร คณะกรรมการกองทุน กรอ. เผยว่า ใช้เกณฑ์ว่าผู้กู้รายใหม่ต้องเรียนในหลักสูตรตามประกาศของกองทุน

แนวทางนี้ นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เห็นต่างและมองว่าควรเน้นที่การบริหารจัดการกองทุน ควบคู่การบังคับใช้กฎหมาย มากกว่ากำหนดโดยหลักสูตร

ขณะที่ ธนวพรรณ สุฤทธิ์ ผู้กู้ กยศ.รายเก่า กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการปล่อยกู้โดยอิงหลักสูตรกับตลาดแรงงานเพราะไม่ใช่เครื่องยืนยันรายได้ในอนาคต

กฎหมายฉบับใหม่ที่จะใช้สำหรับการรวมกองทุนเพื่อการศึกษา นอกจากจะกำหนดหลักสูตร ยังได้กำหนดกลไกการติดตามหนี้ที่เข้มข้นมากขึ้น เช่น ให้ผู้ประกอบการเปิดเผยรายชื่อผู้กู้ และกองทุนมีอำนาจในการสั่งฟ้องคดี รวมถึงมีการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยให้สูงขึ้น
 


กลับขึ้นด้านบน