ผู้นำทั่วโลกประณามเหตุการณ์รุนแรงในปารีส พร้อมร่วมต่อต้านการก่อการร้าย

ผู้นำทั่วโลกประณามเหตุการณ์รุนแรงในปารีส พร้อมร่วมต่อต้านการก่อการร้าย

ผู้นำทั่วโลกประณามเหตุการณ์รุนแรงในปารีส พร้อมร่วมต่อต้านการก่อการร้าย

รูปข่าว : ผู้นำทั่วโลกประณามเหตุการณ์รุนแรงในปารีส พร้อมร่วมต่อต้านการก่อการร้าย

ผู้นำทั่วโลกประณามเหตุการณ์รุนแรงในปารีส พร้อมร่วมต่อต้านการก่อการร้าย เหตุก่อการร้ายในฝรั่งเศสทำให้ฟิลิปปินส์ เจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ซึ่งจะมีผู้นำทั่วโลกร่วมประชุมกันในสัปดาห์หน้าต้องสั่งเพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัย ขณะที่ผู้นำนานาชาติประณามเหตุการณ์ดังกล่าวและแสดงเจตจำนงที่จะร่วมกันต่อต้านการก่อการร้าย

วันนี้ (14 พ.ย.) หลังเกิดเหตุระเบิดและโจมตีในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ฟิลิปปินส์สั่งเพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัย ก่อนที่จะเริ่มการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ครั้งที่ 23 ที่กรุงมะนิลา ระหว่างวันที่ 18-19 พ.ย.นี้ หลังเกิดเหตุก่อการร้ายในกรุงปารีส ซึ่งจะมีผู้นำ 21 เขตเศรษฐกิจมาร่วมประชุม รวมทั้ง นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และผู้นำจีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย แคนาดา เป็นต้น

ส่วนนาย เค ชานมูเกัม รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย สิงคโปร์ ประกาศยกระดับความปลอดภัย หลังเกิดเหตุรุนแรงในกรุงปารีส โดยระบุว่าสิงคโปร์ได้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย การตรวจสอบการข้ามพรมแดน และขอให้ทุกคนเฝ้าระวังและรายงานเหตุต้องสังสัยให้ทางการทราบโดยด่วนขณะที่ประธานาธิบดีลี เซียน ลุง ของสิงคโปร์ โพสต์ในเว็บไซต์เฟซบุ๊กแสดงความเสียใจต่อการก่อการร้ายปารีส

นางจูลี บิชอป รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย ประณามเหตุโจมตีในกรุงปารีส โดยระบุว่าเป็นวันศุกร์ทมิฬ (Back Friday) สำหรับฝรั่งเศสและโลก

ส่วนนายเรเซ็ป ทายยิป เออร์โดกัน ประธานาธิบดีตุรกี กล่าวแสดงความเสียใจต่อเหตุที่เกิดขึ้นในฝรั่งเศส และแสดงเจตจำนงค์ว่าประชาคมโลกจำเป็นต้องร่วมกันต่อต้านการก่อการร้าย

ด้านประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐฯ ประณามเหตุการณ์ที่เกิดและเสนอให้ความช่วยเหลือฝรั่งเศสและร่วมกับฝรั่งเศสอย่างใกล้ชิดในการต่อต้านการก่อการร้าย

ส่วนนายฌอง โคล้ด ยุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป เขียนข้อความในทวิตเตอร์สแดงความเสียใจ และระบุว่าทั่วโลกจะแสดงพลังอันหนึ่งอันเดียวกันเพื่อให้กำลังใจชาวฝรั่งเศส

ขณะที่นางเฟอเดอริก้า ม็อกเฮรินี หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป ก็ทวิตข้อความให้กำลังใจชาวฝรั่งเศสเช่นเดียวกัน นายเจนส์ สโตลเต็นเบิร์ก เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต้) ระบุว่าสะเทือนใจกับเหตุการณ์ดังกล่าวและแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต พร้อมยืนยันจะร่วมกันอย่างเต็มที่เพื่อต่อสู้กับการก่อการร้ายซึ่งจะไม่มีทางเอาชนะประชาธิปไตยไปได้

อาคารวัน เวิร์ล เทรด เซ็นเตอร์ ในนครนิวยอร์คของสหรัฐฯ เปิดไฟสีน้ำเงิน แดงและขาวซึ่งเป็นสีธงชาติของฝรั่งเศสเพื่อแสดงความไว้อาลัยแด่ผู้เสียชีวิตจากเหตุก่อการร้ายในฝรั่งเศส โดยนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ค ระบุว่าจะติดไฟสีธงชาติฝรั่งเศสต่อไปอีกหลายวันเพื่อร่วมส่งกำลังใจให้กับชาวฝรั่งเศส

ส่วนศาลากลางนครซานฟรานซิสโกของสหรัฐฯ ก็เปิดไฟสีธงชาติฝรั่งเศสเช่นเดียวกัน และได้เพิ่มกำลังตำรวจลาดตระเวนในสถานที่สาธารณะในซานฟรานซิสโก เช่น สถานีรถโดยสารและสถานีรถไฟด้วยขณะที่หอคอยซีเอ็น ที่เมืองโทรอนโต เมืองใหญ่อันดับหนึ่งของแคนาดา เปิดไฟประดับสีธงชาติของฝรั่งเศสเพื่อแสดงความไว้อาลัยแด่ผู้เสียชีวิตจากเหตุก่อการร้ายในฝรั่งเศสเช่นกัน

กระทรวงการต่างประเทศรายงานว่าขณะนี้ ยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุดังกล่าว และไม่ได้ออกคำเตือนคนไทยในฝรั่งเศส แต่ขอให้คนไทยที่พำนักและท่องเที่ยวในฝรั่งเศสระมัดระวังการเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยได้เพิ่มกำลังตำรวจรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบแล้ว


กลับขึ้นด้านบน