ย้อนรอย..ฝรั่งเศสมีบทบาทอย่างไรในการโจมตีกลุ่มไอเอส จนนำไปสู่โศกนาฏกรรมที่ร้ายแรงที่สุดในกรุงปารีส

ย้อนรอย..ฝรั่งเศสมีบทบาทอย่างไรในการโจมตีกลุ่มไอเอส จนนำไปสู่โศกนาฏกรรมที่ร้ายแรงที่สุดในกรุงปารีส

ย้อนรอย..ฝรั่งเศสมีบทบาทอย่างไรในการโจมตีกลุ่มไอเอส จนนำไปสู่โศกนาฏกรรมที่ร้ายแรงที่สุดในกรุงปารีส

รูปข่าว : ย้อนรอย..ฝรั่งเศสมีบทบาทอย่างไรในการโจมตีกลุ่มไอเอส จนนำไปสู่โศกนาฏกรรมที่ร้ายแรงที่สุดในกรุงปารีส

ย้อนรอย..ฝรั่งเศสมีบทบาทอย่างไรในการโจมตีกลุ่มไอเอส จนนำไปสู่โศกนาฏกรรมที่ร้ายแรงที่สุดในกรุงปารีส การก่อการร้ายที่เกิดขึ้นใจกลางกรุงปารีสเมื่อ 13 พ.ย.ที่ผ่านมาถือเป็นการก่อการร้ายที่เลวร้ายที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในฝรั่งเศส จนทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 129 คน บาดเจ็บ 352 คน หลังจากที่รัฐบาลตัดสินใจเข้าร่วมการโจมตีกลุ่มไอเอสในซีเรีย ฝรั่งเศสมีบทบาทอย่างไรในการโจมตีกลุ่มไอเอสจนนำไปสู่โศกนาฏกรรมครั้งนี้

เมื่อวันที่ 18 ก.ย.2557 นายฟรองซัวส์ โอลลองด์ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ประกาศว่า รัฐบาลฝรั่งเศสจะส่งเครื่องบินไปให้ความช่วยเหลือรัฐบาลอิรักในการปราบปรามกลุ่มรัฐอิสลาม(ไอเอส) พร้อมทั้งกำชับว่ากองทัพฝรั่งเศสจะไม่โจมตีภาคพื้นดิน หลังจากผู้นำฝรั่งเศสออกมาประกาศเพียง 1 วัน เครื่องบินรบของกองทัพฝรั่งเศสได้เริ่มเปิดฉากโจมตีทางอากาศต่อฐานที่มั่นของกลุ่มไอเอสซึ่งตั้งอยู่บริเวณตอนเหนือของอิรัก

ขณะที่ในช่วงปลายเดือน ก.พ.2557 รัฐบาลฝรั่งเศสได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินรบชาร์ล เดอ โกลล์ เข้าประจำการในอ่าวเปอร์เซียเป็นเวลาสั้นๆ ก่อนที่จะเดินทางกลับฐานทัพเรือในเมืองตูลงของฝรั่งเศสในอีก 2 เดือนต่อมา ตลอดระยะเวลา 2 เดือนที่เรือบรรทุกเครื่องบินรบชาร์ล เดอ โกลล์ประจำการอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย ฝรั่งเศสได้ส่งเครื่องบินรบประมาณ 20 ลำ เข้าไปโจมตีฐานที่มั่นของกลุ่มไอเอส 10-15 เที่ยวต่อวัน

วันที่ 7 กันยายน ผู้นำฝรั่งเศส ประกาศว่า รัฐบาลฝรั่งเศสจะเริ่มบินลาดตระเวนเหนือพื้นที่ในซีเรียที่กลุ่มไอเอสยึดครอง แต่ยังไม่ส่งกำลังพลภาคพื้นดินเข้าโจมตีในซีเรีย ส่วนเครื่องบินรบของฝรั่งเศส 6 ลำได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศค่ายฝึกกำลังพลของกลุ่มไอเอสที่เมืองเดอีร์ เอซซอร์ทางตะวันออกของซีเรีย ซึ่งถือเป็นการโจมตีทางอากาศซีเรียเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 ก.ย.2557

วันที่ 9 ตุลาคม เครื่องบินขับไล่ราฟาลได้โจมตีค่ายฝึกกำลังพลของกลุ่มไอเอสในเมืองรัคคาของซีเรีย ตามมาด้วยการประกาศของผู้นำฝรั่งเศสในช่วงต้นเดือน พ.ย. ว่ารัฐบาลจะส่งเรือบรรทุกเครื่องบินรบชาร์ล เดอ โกลล์ เข้ามาบริเวณอ่าวเปอร์เซียอีกครั้ง เพื่อยกระดับการโจมตีกลุ่มไอเอสในอิรักและซีเรีย

ทั้งนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าปฏิบัติการทางทหารร่วมกับชาติพันธมิตรในการโจมตีกลุ่มไอเอสในอิรักและซีเรียนับครั้งไม่ถ้วน ทำให้ฝรั่งเศสกลายเป็นเป้าหมายสำคัญของกลุ่มผู้ก่อการร้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่กองทัพชาติพันธมิตรนำโดยสหรัฐอเมริกาเปิดฉากโจมตีกลุ่มไอเอสในอิรักเมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้นายอะบู โมฮัมเหม็ด อัล-อัดนานี โฆษกของกลุ่มไอเอสถึงกับออกแถลงการณ์ปลุกระดมสมาชิกให้สังหารชาวอเมริกันและชาวยุโรป โดยเฉพาะชาวฝรั่งเศสให้ได้

สอดคล้องกับปากคำของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์กราดยิงในโรงละครบาตากล็อง เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ว่าผู้ก่อเหตุได้กล่าวโทษผู้นำฝรั่งเศสที่เปิดฉากโจมตีกลุ่มไอเอสในซีเรีย แต่ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันรอยัลยูไนเต็ด เซอร์วิส อินสทิทิวท์ของอังกฤษ ระบุว่า สาเหตุของการก่อการร้ายในครั้งนี้ซับซ้อนและอาจได้รับการวางแผนมาก่อนที่ฝรั่งเศสจะร่วมโจมตีกลุ่มไอเอสในซีเรียด้วยซํ้า ขณะที่การให้เสรีภาพในการแสดงออกและวิพากษ์วิจารณ์ศาสนาจนสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มเคร่งศาสนาแบบสุดโต่งก็เป็นประเด็นที่ไม่ควรตัดทิ้งไปเช่นกัน


กลับขึ้นด้านบน