ตร.ฝรั่งเศสเผยภาพผู้ต้องสงสัยคนสำคัญเกี่ยวข้องเหตุก่อการร้ายในกรุงปารีส

ตร.ฝรั่งเศสเผยภาพผู้ต้องสงสัยคนสำคัญเกี่ยวข้องเหตุก่อการร้ายในกรุงปารีส

ตร.ฝรั่งเศสเผยภาพผู้ต้องสงสัยคนสำคัญเกี่ยวข้องเหตุก่อการร้ายในกรุงปารีส

รูปข่าว : ตร.ฝรั่งเศสเผยภาพผู้ต้องสงสัยคนสำคัญเกี่ยวข้องเหตุก่อการร้ายในกรุงปารีส

ตร.ฝรั่งเศสเผยภาพผู้ต้องสงสัยคนสำคัญเกี่ยวข้องเหตุก่อการร้ายในกรุงปารีส วันนี้ (16 พ.ย.2558) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าตำรวจฝรั่งเศสได้เผยแพร่ภาพผู้ต้องสงสัยว่าเป็นสมาชิกกลุ่มก่อการร้ายที่ก่อเหตุโจมตีกรุงปารีส ผู้ต้องสงสัยคนดังกล่าวเป็นชายชาวฝรั่งเศสวัย 26 ปี ชื่อ ซาลาห์ อับดีสลาม พร้อมกับระบุว่าเขาเป็นบุคคลอันตราย

บีบีซีรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่าชายคนนี้เป็นผู้เช่าที่ใช้ในวันก่อเหตุ มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ที่ด่านใกล้ชายแดนเบลเยียมหยุดรถเพื่อตรวจบัตรประจำตัว แต่ได้ปล่อยตัวซาลาห์และผู้โดยสารในรถอีก 2 คนไป

ข้อมูลจากการสอบสวนล่าสุดระบุว่าผู้ก่อเหตุโจมตี 6 จุดในกรุงปารีสมีทั้งหมด 7 คน โดย 2 คนมีที่อยู่ในเบลเยียม คือนายซาลาห์และนายไบลัล ฮาฟดี อายุระหว่าง 19-20 ปี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าเขาเดินทางไปร่วมสู้รบกับกลุ่มรัฐอิสลามหรือไอเอสในซีเรีย ทั้งนี้ทางการเบลเยียมได้ออกหมายจับระหว่างประเทศกับนายอับดีสลามแล้ว ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาตำรวจเบลเยียมยังได้บุกจู่โจมตรวจค้นและจับผู้ต้องสงสัยที่อาจเกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีกรุงปารีสได้ 7 คน โดยผู้ต้องสงสัยเหล่านี้ถูกระบุว่าติดต่อกับกลุ่มผู้ก่อเหตุในกรุงปารีส

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลระบุว่ามีผู้ก่อเหตุอย่างน้อย 1 คน เดินทางเข้ายุโรปโดยแฝงตัวปะปนมากับกลุ่มผู้อพยพที่ลี้ภัยสงครามมา ส่วนผู้ก่อการร้ายที่จุดชนวนระเบิดฆ่าตัวตายที่สนามกีฬาสตาด เดอ ฟรองส์ เดินทางเข้าสู่เกาะเลรอส ของกรีซเมื่อวันที่ 3 ต.ค.โดยแฝงตัวมากับกลุ่มผู้อพยพชาวซีเรียและแจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจรับผู้อพยพว่าเป็นชาวซีเรีย ชื่ออาห์หมัด อัล โมฮัมหมัด ส่วนผู้ก่อเหตุอีกสองคนที่จุดชนวนระเบิดฆ่าตัวตายที่สนามกีฬาแห่งเดียวกันนี้ถือหนังสือเดินทางปลอมของตุรกี

เจ้าหน้าที่สืบสวนฝรั่งเศสกำลังเร่งแกะรอยกลุ่มก่อการร้ายหลังจากที่กลุ่มรัฐอิสลามออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 14 พ.ย.2558 อ้างว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีและขู่ว่าจะก่อเหตุขึ้นอีก

จนถึงขณะนี้่มีมือระเบิดฆ่าตัวตายที่ได้รับการเปิดเผยชื่อเพียงคนเดียวคือนายอิสมาเอล โอมาร์ มอสตีไฟ ชาวฝรั่งเศสอายุ 29 ปี อาศัยอยู่ย่านชานเมืองทางใต้ของกรุงปารีสและมีประวัติอาชญากรรม ขณะที่สถานีโทรทัศน์บีเอฟเอ็มทีวี ของฝรั่งเศสรายงานว่าตำรวจพบรถยนต์ต้องสงสัยถูกทิ้งไว้ในเมืองมงเทรย ชานกรุงปารีส ภายในพบปืนกลอัตโนมัติเอเค-47 3 กระบอก เชื่อว่าเป็นพาหนะของกลุ่มก่อการร้ายที่ก่อเหตุ

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดเพิ่มเป็น 132 คน ได้รับบาดเจ็บ 352 คน ในจำนวนนี้ 99 คนมีอาการสาหัส โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นชาวฝรั่งเศส นอกจากนี้ยังมีชาวต่างชาติรวมอยู่ด้วย เป็นชาวชิลี 3 คน/เบลเยี่ยม 2 คน เม็กซิโก 2 คน สเปน 2 คน โปรตุเกส 2 คน ชาวอเมริกันและอังกฤษอีกชาติละ 1 คน

ฝรั่งเศส-เบลเยียมระดมกำลังไล่ล่าผู้ต้องสงสัย
 นายกรัฐมนตรีชาร์ล มิเชลของเบลเยียมระบุว่าทางการจะใช้ปฏิบัติการกวาดล้างในเมืองโมเลนบีค ที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งรวมตัวของนักรบญิฮาด เป็นเขตยากจนที่สุดของประเทศและเป็นที่ตั้งของชุมชนชาวโมร็อคโคกับชาวตุรกี เมืองนี้เจ้าหน้าที่ผู้ต้องสงสัยร่วมก่อการร้ายในกรุงปารีสถึง 7 คน ขณะที่รัฐบาลฝรั่งเศสและเบลเยียมร่วมมือติดตามตัวนายซาลาห์ อับเดสลาม ผู้ต้องสงสัยที่คาดว่าตอนนี้กบดานอยู่ในประเทศเบลเยียม โดยระบุว่าเขาเป็นบุคคลอันตราย เตือนประชาชนว่าอย่าเข้าใกล้

รายงานของตำรวจระบุว่า นายอับเดสลาม เป็นผู้ขับรถโฟลค์สวาเกนโปโล ที่จอดใกล้กับโรงละครบาตาคล็องซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่เกิดการโจมตี หลังเกิดเหตุตำรวจที่ประจำอยู่ใกล้ชายแดนด้านที่ติดกับประเทศเบลเยียมเรียกให้นายอับเดสลามจอดรถเพื่อตรวจเอกสารและสอบถามข้อมูลจากนั้นตำรวจก็ปล่อยเขาขับรถข้ามชายแดนไป ซึ่งในรถมีผู้ชายนั่งอยู่ด้วย 2 คน ตำรวจเชื่อว่าพี่น้องของนายอับเดสลาม 2 คนก็เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ด้วย โดยนายบราฮิม วัย 31 ปี ก่อเหตุที่บูเลอวาร์ด โวลแตร์ใกล้กับโรงละครบาตาคล็อง ซึ่งต่อมาได้จุดชนวนระเบิดฆ่าตัวตาย และนายโมฮัมเหม็ดน้องชายอีกคน เป็น 1 ใน 7 ผู้ต้องสงสัยที่ถูกตำรวจเบลเยี่ยมจับกุมได้ที่กรุงบรัสเซล

นอกจากนี้ตำรวจของฝรั่งเศสยังได้เปิดเผยชื่อของผู้ก่อเหตุที่เสียชีวิต ด้านหน้าสนามกีฬา"สตาด เดอ ฟรองซ์" คือนายบิลัล ฮัดฟี วัย 20 ปีที่มาจากประเทศเบลเยี่ยม โดยเขาจุดชนวนระเบิดฆ่าตัวตาย
 
นายแบร์นาร์ด คาเซอเนิฟ รัฐมนตรีมหาดไทยของฝรั่งเศสแถลงว่า ผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มคนที่มาจากประเทศเบลเยียม ส่วนมือระเบิดอีกคนคือนายอิสมาอิล โอมาร์ โมเตอฟาอี ชาวฝรั่งเศสวัย 29 ปีที่ระเบิดฆ่าตัวตายในโรงละครบาตาคล็อง

ฝรั่งเศสโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ ถล่มฐานที่มั่น "ไอเอส" ในซีเรีย
หลังเกิดเหตุโจมตีในกรุงปารีสได้เพียง 2 วัน รัฐบาลฝรั่งเศสใช้ปฏิบัติการทางอากาศครั้งใหญ่ถล่มฐานที่มั่นของกลุ่มไอเอสในเมืองรัคกา ประเทศซีเรีย รายงานข่าวระบุว่าปฏิบัติการครั้งนี้มีเป้าหมายสถานที่สำคัญของกลุ่มไอเอสหลายแห่ง เช่น ฐานบัญชาการ ศูนย์ฝึกนักรบ คลังแสงและค่ายฝึกก่อการร้าย แต่นักวิเคราะห์มองว่าการโจมตีของฝรั่งเศสครั้งนี้เป็นแค่การโจมตีในเชิงสัญลักษณ์ แต่ไม่ได้สร้างความเสียหายให้กลุ่มไอเอสมากนัก 

หลังเกิดเหตุก่อการร้ายในกรุงปารีสเมื่อ 13 พ.ย.2558 ประธานาธิบดีฟรังซัวส์ ออลลองด์ของฝรั่งเศสประกาศว่าเหตุการณ์คือ "สงคราม" และฝรั่งเศสจะตอบโต้อย่างไม่ปรานี

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่าสาเหตุที่ฝรั่งเศสเลือกโจมตีเมืองรัคกาเนื่องจากกลุ่มไอเอสตั้งให้เมืองนี้เป็นเมืองหลวงแห่งคาลิฟะห์ ซึ่งเป้าหมายที่ถูกโจมตีราว 20 จุดประกอบไปด้วยศูนย์บัญชาการ ศูนย์ฝึกนักรบ คลังเก็บวัตถุระเบิด เป็นต้น แต่ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่ากลุ่มไอเอสได้รับความเสียหายมากน้อยแค่ไหนจากการโจมตีของฝรั่งเศสในครั้งนี้ 

พล.อ.เจมส์ มาร์ค อดีตนายทหารให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า การโจมตีของฝรั่งเศสในครั้งนี้เห็นได้ชัดเจนว่าเป็นการโจมตีในเชิงสัญลักษณ์ เป็นการส่งข้อความให้กลุ่มไอเอสรับรู้ถึงความไม่พอใจของรัฐบาลอย่างชัดเจน และยังแสดงให้ชาวฝรั่งเศสเห็นถึงความตั้งใจของรัฐบาลด้วย แต่การโจมตีในครั้งนี้ไม่อาจจะทำลายแนวคิดของสมาชิกกลุ่มไอเอสได้ แม้ว่าอาจจะสร้างความเสียหายได้บางส่วน แต่ไม่อาจลบล้างแนวคิดของกลุ่มไอเอสที่กระจายไปทั่วโลกได้

ผู้เชี่ยวชาญชี้ หน่วยงานความมั่นคงฝรั่งเศสมีจุดอ่อน
พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตนายทหารประจำศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) กล่าวถึงเหตุก่อการร้ายกรุงปารีสว่า ฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในสามประเทศหลักที่เสี่ยงต่อการตกเป็นเป้าโจมตี อีก 2 ประเทศคืออังกฤษ และสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็น 3 ประเทศมีบทบาทสูงในการต่อต้านกลุ่มไอเอส แม้ไม่ส่งกองกำลังไปร่วม แต่ก็แสดงท่าทีสนับสนุนชัดเจน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคงของฝรั่งเศสน่าจะประเมินสถานการณ์ได้ก่อน และน่าจะป้องกันได้ดีกว่านี้ แต่จุดอ่อนหนึ่งของฝรั่งเศสคือฝากงานความมั่นคงไว้กับกระทรวงมหาดไทย ไม่มีหน่วยงานดูแลเป็นการเฉพาะ เหมือนอย่างสหรัฐฯ ที่ตั้ง "โฮมแลนด์ ซีเคียวริตี้" ภายหลังเหตุการณ์ 9/11 เช่นเดียวกับอีกหลายประเทศที่ตั้งหน่วยงานกลางขึ้นมารับผิดชอบงานความมั่นคงโดยตรง

ส่วนประเทศอังกฤษเมื่อถูกโจมตีจากเหตุระเบิดรถไฟใต้ดินกลางกรุงลอนดอนเมื่อปี 2548 ก็ได้จัดระบบการติดตั้งกล้องวงจรปิดใหม่ แต่ฝรั่งเศสไม่ได้ทำอะไร ทั้งที่เคยเกิดเหตุโจมตีในลักษณะก่อการร้ายหลายครั้งที่ผ่านมา

สำหรับการก่อเหตุครั้งนี้ได้กระทำพร้อมกันหลายจุดสะท้อนว่ามีการซ่องสุมกำลังและวางแผนมานานพอสมควร จำนวนคนที่ร่วมก่อเหตุน่าจะมากกว่า 20 คน
 
นักวิเคราะห์คาดก่อการร้ายในปารีสซ้ำเติมเศรษฐกิจกลุ่มยูโรโซน ไทยกระทบระยะสั้น
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร นายกสมาคมผู้แนะนำการลงทุนกล่าวว่า เหตุวินาศกรรมในกรุงปารีส น่าจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจยุโรป โดยเฉพาะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยุโรปน่าจะต้องล่าช้าออกไป เนื่องจากฝรั่งเศสเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับสองของยุโรป

ส่วนผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ไม่น่าจะรุนแรง เพราะการค้าโดยตรงมีไม่มากนักแต่อาจส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ส่วนตลาดหุ้นไทยเบื้องต้น อาจไม่รุนแรงมาก เพราะก่อนหน้านี้ เงินลงทุนต่างประเทศไหลออกไปพอสมควรแล้ว รวมทั้งดัชนีหุ้นไทยได้ปรับฐาน ซึ่งเกิดจากปัจจัยภายในประเทศ

 


กลับขึ้นด้านบน