บอร์ด กทค.เตรียมประชุมรับรองผลประมูล 4G คลื่น 1800 MHz

บอร์ด กทค.เตรียมประชุมรับรองผลประมูล 4G คลื่น 1800 MHz

บอร์ด กทค.เตรียมประชุมรับรองผลประมูล 4G คลื่น 1800 MHz

รูปข่าว : บอร์ด กทค.เตรียมประชุมรับรองผลประมูล 4G คลื่น 1800 MHz

วันนี้ (16 พ.ย.2558) คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ประชุมรับรองผลการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz ที่ได้จัดการประมูลไปเมื่อวันที่ 11-12 พ.ย.2558

 

วันนี้ (16 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ในวันนี้ มีวาระสำคัญคือเรื่องการรับรองผลการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz จำนวน 2 ชุดคลื่นความถี่ที่ได้มีการจัดประมูลไปเมื่อวันที่ 11-12 พ.ย.2558 ซึ่งมีผู้ประกอบการเข้าร่วมประมูลทั้งสิ้น 4 รายได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด บริษัท ทรู มูฟ เอซ ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด และบริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด โดยผู้ชนะการประมูลชุดคลื่นความถี่แรกคือ บริษัท ทรู มูฟ เอซ ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด เสนอราคาสุดท้ายที่ 39,792 ล้านบาท ส่วนผู้ชนะการประมูลชุดคลื่นความถี่ที่สองคือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด เสนอราคาสุดท้ายที่ 40,986 ล้านบาท

สำหรับการรับรองผลการประมูลครั้งนี้ ตามประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน 1800 MHz กำหนดให้คณะกรรมการต้องรับรองผลการประมูลภายในวัน 7 วัน นับจากวันสิ้นสุดการประมูล และเมื่อมีการรับรองผลการประมูลแล้ว ผู้ชนะการประมูลจะต้องชำระเงินประมูล จากนั้นสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สามให้แก่ผู้ชนะการประมูลภายหลังปฏิบัติตามเงื่อนไขการดำเนินการก่อนรับใบอนุญาตอย่างครบถ้วนภายใน 90 วัน นับจากวันที่ผู้ชนะการประมูลได้รับหนังสือแจ้งผลการประมูล

ในส่วนของขั้นตอนการรับรองผลการประมูล สำนักงาน กสทช.เร่งดำเนินการเพื่อให้มีการรับรองผลในวันที่ 16 พ.ย.2558 โดยในการเสนอวาระรับรองผลการประมูลครั้งนี้ สำนักงานกสทช.ได้จัดส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ที่แสดงรายละเอียดการเคาะราคาของการประมูลคลื่นความถี่ให้กับ กทค.เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาและตรวจสอบอย่างรอบคอบ

ก่อนหน้านี้ หลายฝ่ายกังขาว่า สำนักงานกสทช.ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของวิธีการประเมินมูลค่าคลื่นต่อสาธารณะอย่างชัดเจน และอาจมีการประเมินมูลค่าคลื่น รวมถึงการกำหนดราคาเริ่มต้นในการประมูลไว้ต่ำเกินไป แต่เมื่อการประมูลเกิดขึ้นปรากฏว่ามีการแข่งขันกันเคาะราคาถึง 86 รอบ กินเวลากว่า 33 ชั่วโมง จึงถือได้ว่าการประมูลครั้งนี้มีการแข่งขันกันอย่างเข้มข้นและทำให้มูลค่าของการประมูลไต่ระดับจากราคาตั้งต้น 2 ชุดคลื่นความถี่ รวม 31,824 ล้านบาท เป็น 80,778 ล้านบาท

 

 

กลับขึ้นด้านบน