นิตยสาร FHM และ Zoo ของอังกฤษปิดตัวปลายปีนี้

นิตยสาร FHM และ Zoo ของอังกฤษปิดตัวปลายปีนี้

นิตยสาร FHM และ Zoo ของอังกฤษปิดตัวปลายปีนี้

รูปข่าว : นิตยสาร FHM และ Zoo ของอังกฤษปิดตัวปลายปีนี้

นิตยสาร FHM และ Zoo ของอังกฤษปิดตัวปลายปีนี้ หลังจากประสบปัญหายอดขายตกต่ำมานาน ล่าสุด นิตยสารชื่อดังอย่าง FHM และ Zoo ของประเทศอังกฤษต้องยอมรับว่าจนไปต่อไม่ไหว ประกาศหยุดการตีพิมพ์ไปเมื่อวานนี้ เรียกได้ว่าเป็นการปิดฉากยุครุ่งเรืองของนิตยสารสำหรับผู้ใหญ่

 หลังจากแต่ละหัวทยอยปิดตัวกันอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด หนึ่งในนิตยสารแนวผู้ใหญ่ชื่อดังที่สุดอย่าง FHM และนิตยสาร Zoo ของอังกฤษที่เคยเป็นน้องใหม่มาแรงของวงการ ออกมาประกาศปิดตัวลงทั้ง 2 ฉบับในสิ้นปีนี้แล้ว โดยเจ้าของอย่าง Bauer Media ไม่ได้เปิดเผยเหตุผลอย่างชัดเจน แต่พูดอ้อมๆ ว่านิสัยการรับสื่อของหนุ่มๆ ในตอนนี้หันไปหามือถือและสื่อสังคมออนไลน์มากกว่า ซึ่งสอดคล้องกับยอดขายของนิตยสารที่ตกต่ำลงอย่างมาก จากช่วงปี 1990 ที่เคยขายได้เดือนละเกือบ 1 ล้านเล่ม 

 
6 เดือนของปีนี้ FHM ขายได้แค่ 67,000 ฉบับ และ Zoo ทำได้เพียง 24,000 ฉบับเท่านั้น และแม้ว่าทั้ง 2 ฉบับจะพยายามปรับตัวด้วยการหันมาขายฉบับดิจิทัลแล้ว แต่ยังทำยอดได้ไม่ดีพอที่จะอยู่รอด เฉลี่ยได้เพียง 3,000 ฉบับต่อเดือนในช่วงครึ่งปีแรกเท่านั้น อีกทั้งรายได้หลักจากโฆษณาทางออนไลน์ก็ไม่ดีเหมือนสมัยนิตยสารด้วย
 
FHM นั้นย่อมาจาก For Him Magazine ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1985 ในตอนแรกออกทุก 3 เดือน แต่ด้วยความขายดีจึงเปลี่ยนมาเป็นนิตยสารรายเดือน ทั้งยังโด่งดังไปทั่วโลกจนมีการเปิดฉบับภาษาต่างๆ มากมายรวมถึงฉบับภาษาไทยด้วย การปิดตัวครั้งนี้เรียกได้ว่าเป็นการปิดฉากยุคของนิตยสารผู้ใหญ่ไปด้วย หลังจากเคยบูมมากประมาณ 10 กว่าปีตั้งแต่ช่วง 1990 ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าทำให้ผู้หญิงเป็นเพียงวัตถุทางเพศ และเผชิญภาวะตกต่ำลงทันทีเมื่ออินเทอร์เน็ตกำเนิดขึ้น โดยนิตยสารดังๆ อย่าง Maxim เปิดมาได้ 14 ปีต้องปิดตัวไปในปี 2009 ส่วน Nuts ที่เคยมียอดขาย 300,000 ฉบับก็ปิดตัวลงในปีที่แล้ว ตามมาด้วย Loaded ที่ปิดตัวในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาแล้วหันมาทำฉบับออนไลน์อย่างเดียวและเปลี่ยนทิศทางเนื้อหาไม่เน้นการขายเรือนร่างของผู้หญิงอีกต่อไป
 
ทั้งนี้ แน่นอนว่าสื่อที่มีเนื้อหาสำหรับชายหนุ่มทางออนไลน์เริ่มเกิดขึ้นมาแทนที่ ที่ประสบความสำเร็จอย่างเห็นได้ชัด คือ 65twenty ที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์อย่าง TheLADbible และ TheSPORTbible รายงานว่ามีผู้เข้าชมถึง 127 ล้านคน และมีตัวเลขสูงกว่านี้ในสื่อสังคมออนไลน์ด้วย


แท็ก

กลับขึ้นด้านบน