แล้งหนัก-พิจิตรขุดบ่อเตรียมลอยกระทง "เหนือ-อีสาน"ยื้อทำนา-กรมชลฯวอนงดปลูก

แล้งหนัก-พิจิตรขุดบ่อเตรียมลอยกระทง "เหนือ-อีสาน"ยื้อทำนา-กรมชลฯวอนงดปลูก

แล้งหนัก-พิจิตรขุดบ่อเตรียมลอยกระทง "เหนือ-อีสาน"ยื้อทำนา-กรมชลฯวอนงดปลูก

รูปข่าว : แล้งหนัก-พิจิตรขุดบ่อเตรียมลอยกระทง "เหนือ-อีสาน"ยื้อทำนา-กรมชลฯวอนงดปลูก

แล้งหนัก-พิจิตรขุดบ่อเตรียมลอยกระทง ชาวนาภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขวยขวายหาแหล่งน้ำเพื่อหล่อเลี้ยงต้นข้าวนาปรัง แม้แหล่งน้ำธรรมชาติจะมีปริมาณลดลงอย่างต่อเนื่องจนถึงแห้งขอด ส่งผลให้บางพื้นที่ข้าวยืนต้นตายและไม่มีน้ำลอยกระทง

วันนี้ ( 21 พ.ย. 2558) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวนาตำบลแม่ปูคา อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ต้องปล่อยนาข้าวทิ้งร้างนานกว่า 1 เดือน เนื่องจากแหล่งน้ำธรรมชาติแห้งขอด ประกอบกับเขื่อนแม่กวงอุดมธาราลดการปล่อยน้ำทำให้ไม่มีน้ำมาหล่อเลี้ยงต้นข้าว จึงขอให้หน่วยงานรัฐเข้ามาช่วยเหลือโดยเร่งด่วน

จ.พิจิตร สถานการณ์ภัยแล้งยังขยายวงกว้างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหน้าวัดท่าบัวทอง อ.โพธิ์ประทับช้าง ชาวบ้านต้องจัดงานลอยกระทงบริเวณสระน้ำชั่วคราวที่ขุดขึ้นมา เนื่องจากแม่น้ำยมที่อยู่ใกล้วัดระดับน้ำลดลงอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านหลายคนกล่าวว่า ภาวะภัยแล้งปีนี้ มาเร็วและอาจจะรุนแรงกว่าทุกปี

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ทางภาคเหนือยังถือว่าวิกฤติ โดยเฉพาะเขื่อนภูมิพล จ.ตาก เหลือน้ำใช้การได้เพียงร้อยละ 37 ของความจุเขื่อน ระบายน้ำออกวันละ 4 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ เหลือน้ำใช้การได้ร้อยละ 51 ระบายน้ำออกวันละ 8 ล้าน 5 แสนลูกบาศก์เมตร และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก เหลือน้ำใช้การได้ร้อยละ 43 ระบายออกวันละ 1 ล้านลูกบาศก์เมตร

จ.บุรีรัมย์ นายสำราญ มากหลิ้ม เกษตรกรบ้านท่าเรือ ต.ท่าม่วง อ.สตึก เปิดเผยว่า ขณะนี้ชาวนาที่อยู่ติดลำน้ำมูล เร่งปรับพื้นที่และสูบน้ำจากลำน้ำมูลใส่ทุ่งนาเพื่อเตรียมเพาะปลูกข้าวนาปรังช่วงหน้าแล้งแม้ระดับน้ำในลำน้ำมูลจะลดลงต่อเนื่อง ต.ท่าม่วง มีพื้นที่ทำนาปรังกว่า 10,000 ไร่ แม้ภาครัฐจะขอความร่วมมือให้งดทำนาปรัง แต่ชาวนาก็ต้องเสี่ยงทำนาเพราะหากไม่ทำก็ไม่รู้จะไปประกอบอาชีพอะไร

จ.มหาสารคาม นายพัฒนะ พลศรี หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 3 เขื่อนระบายน้ำฝายวังยาง ระบุว่า ระยะนี้ต้องประชุมกลุ่มผู้ใช้น้ำ ตัวแทนชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับมือสถานการณ์ภัยแล้งที่กำลังเกิดขึ้น และขอความร่วมมือเกษตรกรในพื้นที่จ.มหาสารคาม กาฬสินธ์ และร้อยเอ็ด ไม่ให้ลักลอบสูบน้ำไปทำนาปรัง พร้อมแนะนำให้เกษตรกรหันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อย เนื่องจากน้ำลดลงอย่างรวดเร็ว หลังน้ำในขื่อนอุบลรัตน์ เหลือเพียงร้อยละ 47 ของความจุอ่างและงดปล่อยน้ำเพื่อกักเก็บไว้สำหรับอุปโภคบริโภค


กลับขึ้นด้านบน