นักวิชาการกว่า 300 คนร่วมออกแถลงการณ์ "มหาวิทยาลัยไม่ใช่ค่ายทหาร" ยื่น 3 ข้อเรียกร้องถึงนายกฯ

นักวิชาการกว่า 300 คนร่วมออกแถลงการณ์ "มหาวิทยาลัยไม่ใช่ค่ายทหาร" ยื่น 3 ข้อเรียกร้องถึงนายกฯ

นักวิชาการกว่า 300 คนร่วมออกแถลงการณ์ "มหาวิทยาลัยไม่ใช่ค่ายทหาร" ยื่น 3 ข้อเรียกร้องถึงนายกฯ

รูปข่าว : นักวิชาการกว่า 300 คนร่วมออกแถลงการณ์ "มหาวิทยาลัยไม่ใช่ค่ายทหาร" ยื่น 3 ข้อเรียกร้องถึงนายกฯ

นักวิชาการกว่า 300 คนร่วมออกแถลงการณ์ นักวิชาการกว่า 300 คนร่วมลงชื่อในแถลงการณ์ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรียกร้องให้ยุติการละเมิดและคุกคามสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมืองจากกรณีที่ทหารสั่งยุติกิจกรรมของนักศึกษากลุ่มประชาธิปไตยใหม่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เมื่อวันที่ 21 พ.ย.2558 พร้อมกับยื่นข้อเรียกร้อง 3 ข้อ หาก คสช.ไม่ปฏิบัติตามจะเคลื่อนไหวให้เข้มข้นขึ้น

ผศ.อนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา เป็นตัวแทนนักวิชาการอ่านแถลงการณ์ฉบับที่ 6 เรื่อง "มหาวิทยาลัยไม่ใช่ค่ายทหาร ประเทศไทยไม่ใช่ค่ายกักกัน" ของนักวิชาการที่ใช้ชื่อว่า "เครือข่ายคณาจารย์ที่ห่วงใยศิษย์ที่ถูกคุมขัง" ซึ่งมีนักวิชาการกว่า 300 คนที่ร่วมลงนาม มีเนื้อหาแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการจับกุม ควบคุมตัวและตั้งข้อหานักศึกษาในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพและคุกคามการแสดงความคิดเห็น

"เรายืนยันว่ามหาวิทยาลัยไม่ใช่ค่ายทหาร หากแต่เป็นสถานที่แสวงหาความรู้ แลกเปลี่ยนถกเถียงกันบนพื้นฐานของการใช้เหตุผลและข้อเท็จจริง นำมาซึ่งความรู้ใหม่ เพิ่มพูนสติปัญญาไปรับรู้โลกที่เปลี่ยนแปลงไปและแก้ไขปัญหาของประเทศ เสรีภาพในการแสวงหาความรู้และแสดงความคิดเห็นจึงเป็นปัจจัยพื้นฐานของมหาวิทยาลัยและสังคม

"เรายืนยันว่าประเทศไทยไม่ใช่ค่ายกักกัน ประชาชนไทยมีความหลากหลายทางความเชื่อและความคิดทางการเมือง หนทางที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขได้คือเสรีภาพในความเชื่อและการแสดงความคิดเห็นด้วยหลักเหตุผลและข้อเท็จจริง การปฏิบัติต่อประชาชนไทยประดุจผู้ถูกกักกันด้วยการปลูกฝังอุดมการณ์หรือความเชื่อหนึ่งๆ เพื่อครอบงำสังคมทั้งหมดภายใต้โครงสร้างอำนาจของคนบางกลุ่ม ด้วยวิธีการปิดหูปิดตา บังคับข่มขู่ คุกคามด้วยอำนาจกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมให้ผู้เห็นต่างยุติการแสดงความคิดเห็นมีแต่จะนำมาซึ่งความขัดแย้งมากขึ้น และไม่สามารถนำสังคมไทยไปสู่ความเสมอภาค เสรีภาพ ประชาธิปไตย ความเป็นธรรม และสันติสุขได้" แถลงการณ์ระบุ

เครือข่ายคณาจารย์ฯ ยังได้ให้ข้อมูลด้วยว่า คณาจารย์ที่เรียกร้องการปล่อยตัวนักศึกษาและแสดงความเห็นทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมาที่ยังถูกข่มขู่คุกคามอย่างต่อเนื่อง นิสิตนักศึกษายังคงถูกสั่งห้ามและตามกดดันในการจัดกิจกรรมทางการเมือง ขณะที่ คสช.ได้สั่งให้บรรจุวิชายกย่องเชิดชูทหารในมหาวิทยาลัย ซึ่งขัดกับหลักสิทธิและเสรีภาพในการศึกษาอย่างสิ้นเชิง

เครือข่ายคณาจารย์ฯ ได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อ พล.อ.ประยุทธ์ 3 ข้อ คือ  1) หยุดข่มขู่คุกคามคณาจารย์ที่แสดงความคิดเห็นทางการเมืองโดยบริสุทธิ์ใจ 2) หยุดสั่งห้ามและคุกคามนักศึกษารวมทั้งประชาชนที่จัดกิจกรรมทางการเมือง และ 3) หยุดแทรกแซงการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยให้มีแนวทางหรือเนื้อหาวิชาที่คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติต้องการ พร้อมกับประกาศว่าหาก คสช.ไม่ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องดังกล่าว เครือข่ายคณาจารย์ฯ จะพิจารณาการเคลื่อนไหวในระดับที่เข้มข้นขึ้นต่อไป

การออกแถลงการณ์ในวันนี้เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 21 พ.ย.2558 ที่เจ้าหน้าที่สั่งปิดไฟในหอประชุมที่หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ขณะที่นักศึกษากลุ่มประชาธิปไตยใหม่จัดกิจกรรม นิทรรศการและเสวนาเกี่ยวกับการคอรัปชั่นซึ่งมีการกล่าวถึงกรณีอุทยานราชภักดิ์ด้วย ทำให้การจัดกิจกรรมต้องยุติลงกลางคัน


กลับขึ้นด้านบน