"พล.อ.ประยุทธ์" ปฏิเสธ ศปป.จัดเวทีปรองดรองเพื่อปรับทัศนคติฝ่ายตรงข้าม คสช.

"พล.อ.ประยุทธ์" ปฏิเสธ ศปป.จัดเวทีปรองดรองเพื่อปรับทัศนคติฝ่ายตรงข้าม คสช.

"พล.อ.ประยุทธ์" ปฏิเสธ ศปป.จัดเวทีปรองดรองเพื่อปรับทัศนคติฝ่ายตรงข้าม คสช.

รูปข่าว : "พล.อ.ประยุทธ์" ปฏิเสธ ศปป.จัดเวทีปรองดรองเพื่อปรับทัศนคติฝ่ายตรงข้าม คสช.

ผู้เข้าร่วมเวทีระดมความเห็นเรื่องการปรองดองที่จัดโดยศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) ในวันนี้ (23 เม.ย.2558) หลายคนแสดงความเป็นห่วงว่าร่างรัฐธรรมนูญ หากบังคับใช้ตามร่างที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ จะยิ่งทำให้เกิดความขัดแย้งและความแตกแยกในสังคมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โดยฝ่ายการเมืองเห็นตรงกันว่าพร้อมที่จะให้เวลาในการยกร่างรัฐธรรมนูญ แม้ว่าการเลือกตั้งจะต้องล่าช้าออกไปก็ตาม ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าการที่ เชิญบุคคลต่างๆ มาให้ความเห็นเกี่ยวกับการปรองดองสมานฉันท์ ไม่ได้มีเจตนาเพื่อปรับทัศนคติฝ่ายตรงข้าม คสช.

ศปป.ส่งหนังสือถึงบุคคลหลายฝ่ายเมื่อวานนี้ (22 เม.ย.2558) เชิญให้มาให้ความเห็นเรื่องการสร้างความสมานฉันท์ปรองดองที่สโมสรกองทัพบก ถ.วิภาวดี ในวันนี้ (23 เม.ย.) ผู้ที่ได้รับเชิญมีทั้งนักการเมือง นักวิชาการ นักเคลื่อนไหวทางสังคม ทนายความ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เคยเคลื่อนไหวหรือแสดงความไม่เห็นด้วยกับคสช. และการใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับเชิญบางคนไม่ได้มาตามคำเชิญ ขณะที่มีบางคนตั้งข้อสังเกตว่า ศปป.แจ้งอย่างกระทันหันเกินไป รวมทั้งใช้วิธีการส่งจดหมายเชิญที่ไม่ปกตินัก คือ ให้ทหารไปส่งถึงที่้บ้านหรือที่ทำงานและให้ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน บางส่วนวิจารณ์ว่าเวทีระดมความเห็นนี้เป็นความพยายามของ คสช.ในการขยายขอบเขตการจับตาดูความเคลื่อนไหวของบุคคลต่างๆ

แต่นายกรัฐมนตรีปฏิเสธข้อสังเกตดังกล่าว

"หลายท่านบอกว่าผมเรียกมาแบบนี้เพื่อเตรียมใช้มาตรา 44 มาทำให้เกิดความปรองดอง ผมบอกหลายครั้งแล้วว่า การปรองดองอยู่ที่หัวใจทุกคน ถ้าอยากปรองดองก็หยุดเสียก่อน หยุดพูด หยุดแสดงความคิดเห็นที่สร้างความขัดแย้ง" พล.อ.ประยุทธ์กล่าวภายหลังเดินทางกลับจากการประชุมผู้นำเอเซีย-แอฟริกา ที่ประเทศอินโดนีเซีย

การเสวนาปรองดองสมานฉันท์ เพื่อความมั่นคงและยั่งยืนของสังคมไทยสมานฉันท์ ของศปป.ในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมประมาณ 40 คน ประกอบด้วยแกนนำพรรคการเมือง แกนนำกลุ่มการเมือง นักวิชาการ นักศึกษาและสื่อมวลชน โดยเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ผู้ได้รับเชิญนำโทรศัพท์เคลื่อนที่ติดตัวและไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปภายใน

การเสวนาวันนี้มี พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ กอ.รมน.และรองเลขานุการ คสช. เป็นประธาน และมี พล.อ.พิสิทธิ์  สิทธิสาร ผอ.ศปป. และพล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ แม่ทัพภาคที่ 1 และผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ร่วมรับฟังข้อคิดเห็น

หลังการหารือกว่า 7 ชั่วโมง นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ อดีตนายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยเปิดเผยว่า การหารือของศปป.ไม่ใช่การเชิญมาปรับทัศนคติหรือมีขอร้องเรื่องใดเป็นกรณีพิเศษ แต่เป็นการแลกเปลี่ยนความเห็นจากทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันสร้างบรรยากาศความปรองดองในบ้านเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการเสวนาบุคคลจากฝ่ายการเมืองต่างแสดงความกังวลต่อเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญว่าจะไม่สามารถสร้างความปรองดองได้ แต่จะสร้างความขัดแย้งขึ้นอีก แต่เห็นร่วมกันว่าควรให้เวลากับการยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดการยอมรับมากที่สุด และเห็นควรทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แม้ว่าการเลือกตั้งจะช้าออกไปอีก หรือรัฐบาล-คสช.ต้องอยู่ในอำนาจเกินกว่าโรดแมปที่วางไว้ก็ตาม
 
ด้านนายอธึกกิต แสวงสุข หรือ "ใบตองแห้ง" คอลัมน์นิสต์ที่วิพากษ์วิจารณ์ คสช. ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่ ศปป.เชิญไปให้ความเห็น โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่าเวทีเสวนาวันนี้มีผู้ได้รับเชิญทั้งหมด 83 คน มีคนไปเกือบ 40 ปชป. ในส่วนของพรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองมีแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย นปช.

นายอธึกกิตรายงานว่าประธานให้พูดคนละ 5 นาที แต่มีคนต่อรองขอ 10 นาที แต่ส่วนใหญ่พูดนานกว่านั้นการเสวนาจึงใช้เวลานาน ทำให้หลายคนไม่มีโอกาสได้พูด ซึ่งทางศปป.เสนอให้พรรคการเมืองทำบันทึกความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญ หรืออาจจะเวทีให้พูด โดยอาจเปิดให้สื่อเข้าด้วยเพราะกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญยังไม่จบ ยังเสนอความเห็นได้


กลับขึ้นด้านบน