แนะวางแผนเส้นทางซ้อมใหญ่ Bike For Dad 29 พ.ย. ใช้รถไฟฟ้าเดินทางไปรับของที่สนามศุภฯ

แนะวางแผนเส้นทางซ้อมใหญ่ Bike For Dad 29 พ.ย. ใช้รถไฟฟ้าเดินทางไปรับของที่สนามศุภฯ

แนะวางแผนเส้นทางซ้อมใหญ่ Bike For Dad 29 พ.ย. ใช้รถไฟฟ้าเดินทางไปรับของที่สนามศุภฯ

รูปข่าว : แนะวางแผนเส้นทางซ้อมใหญ่ Bike For Dad 29 พ.ย. ใช้รถไฟฟ้าเดินทางไปรับของที่สนามศุภฯ

แนะวางแผนเส้นทางซ้อมใหญ่ Bike For Dad 29 พ.ย. ใช้รถไฟฟ้าเดินทางไปรับของที่สนามศุภฯ นายกฯ กำชับประชาชนวางแผนเดินทางวันซ้อมใหญ่กิจกรรม Bike For Dad 29 พ.ย.นี้ เปลี่ยนเวลาเริ่มซ้อมเป็น 05.00 น. เพื่อเลี่ยงจราจรติดขัด พร้อมสั่งห้ามขับรถยนต์ส่วนตัวเข้ารับสิ่งของพระราชทานที่สนามศุภฯ แนะใช้บริการขนส่งมวลชน ระบุเพิ่ม เร่งดำเนินงานแผนโรดแมป 6 เรื่อง ให้ทันส่งต่อรัฐบาลชุดใหม่ ก.ค. 60 วอนประชาชนและเจ้าหน้าที่ให้ความร่วมมือ

วันนี้ (27 พ.ย.2558) เวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยว่า เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 5 ธ.ค. 2558 ถือเป็นมหามงคลสมัยพิเศษยิ่ง ที่พระองค์ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 88 พรรษา ขอเชิญทุกคนร่วมกันถวายพระพรและร่วมกิจกรรม รวมถึงร่วมรับทราบสิ่งที่พระองค์ท่านทรงทำมาเพื่อคนไทยมายาวนานในฐานะพระมหากษัตริย์นักพัฒนา ซึ่งความสำเร็จสูงสุดคือการพัฒนามนุษย์

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า อีกกิจกรรมที่สำคัญสำหรับงานเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ คือการปั่นจักรยานเพื่อพ่อ หรือ “BIKE FOR DAD” ซึ่งทางรัฐบาลขอจัดซ้อมใหญ่ 29 พ.ย. 2558 ตั้งแต่เวลา 05.00 น. บนเส้นทางจริง ดังนั้น ขอความร่วมมือจากทุกท่านให้วางแผนการเดินทาง และขออภัยในความไม่สะดวก สำหรับการรับเสื้อพระราชทาน เข็มกลัด สายรัดข้อมือ ในวันที่ 28 -29 พ.ย. 2558 ที่สนามศุภฯ ขอให้เดินทางด้วยรถไฟฟ้าตั้งแต่ 08.00 น. เป็นต้นไป เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาจราจร และหากเกิดเหตุขัดข้องให้ติดต่อสายด่วน 1122 ทั้งนี้ ไม่อนุญาตให้นำรถส่วนตัวเข้าบริเวณสนาม

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกรณีการดำเนินงานให้ตรงตามโรดแมปที่รัฐบาลได้วางไว้ให้ทันเดือน ก.ค. 2560 เพื่อส่งต่อให้รัฐบาลชุดหน้าว่า รัฐบาลได้เร่งดำเนินการทำงานตามแผนที่วางไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง 1.การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในด้านต่าง ๆ ให้ตรงความต้องการของประเทศ

2.เรื่องเศรษฐกิจ ที่ประเทศไทยต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ เพราะที่ผ่านมาในรอบ 20 ปี ไทยไม่ได้ปรับระบบเศรษฐกิจของชาติเลย แต่วันนี้เราเดินหน้าเศรษฐกิจใหม่ทั้งหมด โดยเน้นการลงทุนในอุตสาหกรรมเดิมและเพิ่มอุตสาหกรรมใหม่อีก 5 ประเภท โดยเฉพาะเศรษฐกิจดิจิทัล เขตเศรษฐกิจพิเศษ คลัสเตอร์ และซูเปอร์คลัสเตอร์ แต่ต้องไม่ทิ้งวิสาหกิจชุมชนและธุรกิจเพื่อสังคม ที่จะทำให้ประชาชนฐานรากเข้มแข็ง เพื่อจะรองรับการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอนาคต

3.ในส่วนของ กฎหมาย ระบบราชการ และกระบวนการยุติธรรม ก็จะมีการกำหนดมาตรการที่ชัดเจนขึ้น เน้นดูแลประชาชนผู้มีรายได้น้อย และสร้างช่องทางให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมมากขึ้น จัดทำกระบวนการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งต้องทำไว้ตั้งแต่ต้นเพราะหากแก้ปัญหาตอนท้ายก็จะบานปลายทุกครั้ง ฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือการปลูกจิตสำนึก สร้างระบบธรรมาภิบาล ทั้งกับประชาชน สถานประกอบการ และรัฐบาล

4.เรื่องการสาธารณสุข ที่จะลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการบริการ และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการสาธารณสุข ให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้มีรายได้น้อย

5.ด้านความมั่นคงของทรัพยากรธรรมชาติ ในเรื่องนี้ รัฐบาลยกให้เป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องรีบแก้ไข เพราะประชาชนในหลายพื้นที่เดือนร้อนในเรื่องปัญหาที่ดินทำกิน หรือที่อยู่อาศัย

“ไม่ได้อยากอพยพย้ายใคร และไม่อยากให้เจ้าหน้าที่ระดับล่างเอาชื่อผมไปอ้างไล่ชาวบ้าน แต่บางพื้นที่ที่ต้องเป็นป่าก็ยังคงความเป็นป่าไว้ ตรงไหนสามารถดำเนินการได้ผ่านคณะกรรมการ นโยบายการจัดที่ดิน ก็ขอให้ทำตามแนวทางที่สั่ง คือจับให้เข้าระบบก่อนตัดสินใจอะไร” นายกรัฐมนตรีระบุ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า เรื่องสุดท้ายคือ การดำเนินการในเรื่องการท่องเที่ยวกีฬา วัฒนธรรม และการสร้างความเป็นไทย ที่กำลังเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเป็นแพคเกจร่วมกับต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน ที่สามารถเดินทางได้ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ ปีหน้าคาดว่าจะขับรถเที่ยวได้ถึงประเทศเวียนนาม ทั้งนี้ ยุทธศาตร์ประเทศที่วางรากฐานไว้ จะทำการประเมินทุก 5 ปี เพื่อนำผลลัพท์มาเป็นเข็มทิศนำทางพัฒนาประเทศไทย
 


กลับขึ้นด้านบน