ชาวบ้าน อ.ปากพนัง ย้ายบ้านหนีคลื่นซัดฝั่ง ที่ดินกว่า 30 ไร่จมทะเล

ชาวบ้าน อ.ปากพนัง ย้ายบ้านหนีคลื่นซัดฝั่ง ที่ดินกว่า 30 ไร่จมทะเล

ชาวบ้าน อ.ปากพนัง ย้ายบ้านหนีคลื่นซัดฝั่ง ที่ดินกว่า 30 ไร่จมทะเล

รูปข่าว : ชาวบ้าน อ.ปากพนัง ย้ายบ้านหนีคลื่นซัดฝั่ง ที่ดินกว่า 30 ไร่จมทะเล

ชาวบ้าน อ.ปากพนัง ย้ายบ้านหนีคลื่นซัดฝั่ง ที่ดินกว่า 30 ไร่จมทะเล ชาวบ้าน 7 ครอบครัวริมชายหาดขนาบนาค อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ย้ายบ้านหนีคลื่นเป็นครั้งที่ 4 ที่ดินกว่า 30 ไร่ถูกคลื่นซัดหายลงไปในทะเล ด้านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยที่ จ.นราธิวาส พร้อมมอบเงินช่วยเหลือ

ชาวบ้านหน้าโกฏิ ต.ขนาบนาค อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช พาทหารประจำศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 4 ดูสภาพความเสียหายชายฝั่งที่ถูกคลื่นสูง 4 เมตรกัดเซาะได้รับความหายตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาและจนถึงขณะนี้ยังไม่ทีท่าทีที่จะหยุด

ชาวบ้านคนหนึ่งกล่าวว่า ที่ผ่านมาต้องย้ายบ้านหนีมาแล้ว 4 ครั้ง ที่ดินกว่า 30 ไร่ถูกคลื่นซัดหายลงไปในน้ำ ทำให้ชาวบ้านอย่างน้อย 7 ครอบครัวขอให้ทหารเป็นคนกลางในการประสานจังหวัดช่วยจัดหาที่อยู่อาศัยให้ใหม่ เพราะครั้งนี้บ้านถูกคลื่นซัดเสียหายทั้งหลัง ต้องอพยพไปอยู่บ้านญาติชั่วคราว

ขณะที่พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางไปเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยภายในศูนย์อพยพอาคารโรงเรียนเทศบาล 4 ที่ทางเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส จัดเตรียมไว้ มีชาวบ้านอาศัยอยู่รวม 26 ครัวเรือน หรือกว่า 100 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและเด็ก ก่อนมอบเงินจำนวนหนึ่งเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเรื่องอาหารและเครื่องนุ่มห่ม

ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก จ.สงขลา ออกประกาศเตือนฉบับที่ 11 ระบุว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนที่แผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง ทำให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังอ่อนลง แต่ยังคงทำให้ภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนเกือบทั่วไปและตกหนักบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนในพื้นที่ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และ จ.นราธิวาส ระมัดระวังผลกระทบจากปริมาณฝนสะสม เพราะอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากต่อไปอีกในระยะนี้


กลับขึ้นด้านบน