ขยายผลคดีล่ากระทิงป่าภูเขียว เบื้องหลัง "รถสายตรวจ" ขนซากสัตวป่า

ขยายผลคดีล่ากระทิงป่าภูเขียว เบื้องหลัง "รถสายตรวจ" ขนซากสัตวป่า

ขยายผลคดีล่ากระทิงป่าภูเขียว เบื้องหลัง "รถสายตรวจ" ขนซากสัตวป่า

รูปข่าว : ขยายผลคดีล่ากระทิงป่าภูเขียว เบื้องหลัง "รถสายตรวจ" ขนซากสัตวป่า

ขยายผลคดีล่ากระทิงป่าภูเขียว เบื้องหลัง ขบวนการลักลอบล่าสัตว์ป่าเลือกใช้รถสายตรวจของตำรวจขนซากกระทิงออกจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จ.ชัยภูมิ อาจเพราะคิดว่าจะช่วยให้หลบหลีกการตรวจค้นได้ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่พบว่าผิดสังเกตและหยุดรถเพื่อตรวจค้นจึงพบซากกระทิงกว่า 240 กิโลกรัม การสอบสวนขยายผลจนพบว่ามีตำรวจเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้และทีมสอบสวนกำลังขยายผลถึงผู้อื่นที่อยู่ในขบวนการ

วันนี้ (3 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เส้นทางที่ขบวนการล่ากระทิงใช้ขนซากกระทิงน้ำหนัก 246 กก.ออกจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ อยู่บริเวณท้ายเขื่อนจุฬาภรณ์ที่มีร่องน้ำเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เมื่อขนซากกระทิงใส่เรือออกมาทางนี้แล้ว ก็ขนถ่ายใส่รถสายตรวจจราจรที่มีด.ต.มงคล บุญมาชื่น ผบ.หมู่งานจราจร สภ.คอนสาร เป็นคนขับ และนายปรีชา ปราบพราน นั่งมาในรถ กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นและจับกุม บริเวณหน้าด่านตรวจเขื่อนจุฬาภรณ์ที่ 1 เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา

พนักงานสอบสวนเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจสังเกตว่ารถตราโล่ผ่านเข้า -ออกด่านตรวจเขื่อนจุฬาภรณ์ เฉลี่ยเดือนละ 1-2 ครั้ง เจ้าหน้าที่จึงเกิดความสงสัยและตรวจค้นรถยนต์สายตรวจจราจรคันนี้เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.จึงพบซากกระทิงชำแหละ

นายวิชานนท์ แสนผาลา ผู้ช่วยหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จ.ชัยภูมิ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมของผู้กระทำผิดมาระยะหนึ่งแล้วเพราะมีข้อมูลว่ามีพฤติกรรมลักลอบล่าสัตว์ป่า และเคยเกี่ยวข้องกับคดีล่าสัตว์ในพื้นที่นี้มาแล้วหลายครั้ง หลังจับกุมตำรวจได้สอบสวนขยายผลและเข้าตรวจยึดซากกระทิง บริเวณส่วนหัว หนัง และโครงกระดูก ซึ่งพบเห็นในจุดชำแหละ

จากการสอบสวนนายปรีชาให้การว่า ร่วมกับชาวบ้านอีก 2 คน เข้าไปล่ากระทิงที่ลงมากินน้ำ ก่อนที่พรานป่าจะใช้ปืนลูกซองยิง จากนั้นจึงเตรียมนำซากกระทิงส่งให้กับนายทุน โดยได้รับเงินค่าจ้าง 3,000 บาท

ขณะที่ด.ต.มงคลยังให้การปฏิเสธโดยอ้างว่า เป็นเพียงผู้รับฝากกระสอบของชาวบ้านมาในรถเท่านั้น แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อและอยู่ระหว่างสอบสวนขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการ ล่าสุดผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ มีคำสั่งให้ด.ต.มงคลออกจากราชการไว้ก่อน จนกว่าผลการสอบสวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการจะแล้วเสร็จ

พล.ต.ท.ทวิชาติ พละศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 กล่าวว่า ต้องขยายผลการสอบสวนต่อเพราะเชื่อว่ายังมีผู้ที่นำส่วนหัวของกระทิง ซึ่งเป็นส่วนที่มีราคาไป นอกจากนี้ยังได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนด.ต.มงคลด้วย

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวยังคงความอุดมสมบูรณ์จึงเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าคุ้มครองจำนวนมาก รวมทั้งกระทิง ป่าผืนนี้จึงกลายเป็นเป้าหมายของพรานป่าที่เข้ามาลักลอบล่ากระทิงเพื่อนำซากสัตว์ส่งขายให้ร้านขายของป่า ซึ่งมีรายงานว่าอยู่ในอ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น หลังเกิดเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่ได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจค้น โดยจะเน้นตรวจค้นบุคคลที่ผ่านเข้า-ออก และบุคคลที่ผู้ที่แฝงตัวมาในลักษณะผู้ทำประมง


กลับขึ้นด้านบน