หนัง Insects in the Backyard ของ ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ อาจได้ฉาย หลังศาลชี้การสั่งแบนไม่ถูกต้อง

หนัง Insects in the Backyard ของ ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ อาจได้ฉาย หลังศาลชี้การสั่งแบนไม่ถูกต้อง

หนัง Insects in the Backyard ของ ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ อาจได้ฉาย หลังศาลชี้การสั่งแบนไม่ถูกต้อง

รูปข่าว : หนัง Insects in the Backyard ของ ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ อาจได้ฉาย หลังศาลชี้การสั่งแบนไม่ถูกต้อง

หนัง Insects in the Backyard ของ ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ อาจได้ฉาย หลังศาลชี้การสั่งแบนไม่ถูกต้อง ภาพยนตร์เรื่อง Insects in the Backyard ของ ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ มีแนวโน้มว่าอาจได้ฉาย หลังต่อสู้มานานถึง 5 ปี โดยตุลาการศาลปกครองกลางเห็นว่าการสั่งแบนภาพยนตร์เรื่องนี้กระทำไปด้วยความไม่ถูกต้อง และผู้สร้างมีเจตนาสะท้อนสังคม สามารถฉายได้ในเรต 20+

เมื่อวานนี้ (3 ธ.ค.2558) ตุลาการศาลปกครองกลางได้มีการนั่งพิจารณาคดีครั้งแรกในประเด็นที่ผู้กำกับภาพยนตร์ "ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์" ยื่นฟ้องต่อคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวิดีทัศน์ กรณีที่มีคำสั่งห้ามฉายภาพยนตร์เรื่อง Insects in the Backyard เมื่อปี 2553 หลังต่อสู้ถึงมานาน 5 ปีเต็ม โดยตุลาการผู้แถลงคดีได้ให้ความเห็นต่อองค์คณะตุลาการศาลปกครองกลางว่าการสั่งแบนภาพยนตร์เรื่อง Insects in the Backyard กระทำไปด้วยความไม่ถูกต้อง 
 
เพราะแม้จะปรากฏภาพอวัยวะเพศและการฉากการเพศสัมพันธ์ ที่คณะกรรมการเซ็นเซอร์มองว่า "ขัดต่อศีลธรรมอันดี" ตามที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวิดีทัศน์ ปี 2551 หากในแง่เจตนาของผู้สร้างการนำเสนอภาพดังกล่าวเป็นไปเพื่อต้องการให้ผู้ชมได้เห็นภาพปัญหาที่สะท้อนผ่านเรื่องราวได้อย่างชัดเจน ซึ่งสามารถฉายได้ในเรต 20+ ตามที่ผู้สร้างยื่นขอตั้งแต่ต้น ทั้งยังให้ความเห็นอีกว่าต้องจ่ายค่าเสียหายให้แก้ผู้ฟ้องร้องจำนวน 10,000 บาท โดยการตัดสินคดีจริง ในวันที่ 25 ธ.ค.นี้ เวลา 09.30 น. ที่ศาลปกครอง
 
การฟ้องร้องคดีในชั้นศาลจากการที่มีคำสั่งห้ามฉายหนังในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่มีการฟ้องร้องกันระหว่างผู้สร้างภาพยนตร์และคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวิดีทัศน์ โดยประเด็นที่ผู้สร้างหนังส่วนใหญ่มองว่าเป็นปัญหามากที่สุด คือการที่กฎหมายไม่มีข้อกำหนดที่ชัดเจน นอกจากนี้ ยังมีภาพยนตร์เรื่อง Shakespeare must die ของสมานรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ และมานิต ศรีวานิชภูมิ ที่ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาคดีของศาล ซึ่งผลตัดสินที่จะออกมานั้นจะช่วยสร้างบรรทัดฐานสำคัญให้กับคนทำหนังที่ปัจจุบันยังคงถูกจำกัดกรอบจากข้อกฎหมายในการทำภาพยนตร์


กลับขึ้นด้านบน