"ประวิตร" สั่ง 41 สายการบิน ทำแผนแก้มาตรฐานการบิน-ระดมจ้างผู้เชี่ยวชาญตรวจการบินเพิ่ม

"ประวิตร" สั่ง 41 สายการบิน ทำแผนแก้มาตรฐานการบิน-ระดมจ้างผู้เชี่ยวชาญตรวจการบินเพิ่ม

"ประวิตร" สั่ง 41 สายการบิน ทำแผนแก้มาตรฐานการบิน-ระดมจ้างผู้เชี่ยวชาญตรวจการบินเพิ่ม

รูปข่าว : "ประวิตร" สั่ง 41 สายการบิน ทำแผนแก้มาตรฐานการบิน-ระดมจ้างผู้เชี่ยวชาญตรวจการบินเพิ่ม

เกือบ 2 ชั่วโมง ของการหารือระหว่างผู้ประกอบการ 41 สายการบิน กับตัวแทนรัฐบาล รองนายกฯ "พล.อ.ประวิตร" เผยว่าได้สั่งการให้ทุกฝ่ายเร่งจัดหาบุคลากรตรวจสอบมาตรฐานด้านการบินให้แล้วเสร็จก่อนสิ้นเดือน ธ.ค.นี้ โดยจะจ้างผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้ามาช่วยตรวจสอบ โดยให้ทั้ง 41 สายการบิน เสนอแผนและเสนอชื่อผู้เชี่ยวชาญให้แก่ กพท.

วันนี้ (4 ธ.ค.2558) ที่้บ้านเกษะโกมล ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการบินพลเรือน (ศบปพ.) เชิญตัวแทนสายการบิน 41 แห่ง ประชุมชี้แจงแนวทางการปฏิบัติตามแผนแม่บทล่าสุดในการกำกับดูแลความปลอดภัยด้านการบิน โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน นอกจากนี้ยังมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ และนายอาคม เติมพิทยาไพสิทฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ร่วมประชุมด้วย โดยตั้งแต่เวลาประมาณ 14.00 น. โดยตัวแทนสายการบินที่เข้าร่วมการหารือในวันนี้ เช่น นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ การบินไทย นายพาที สารสิน CEO นกแอร์  นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินกรุงเทพ หรือ บางกอกแอร์เวยส์ เป็นต้น การเรียกผู้ประกอบการสายการบินหารือในครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่ไทยถูก FAA ลดมาตรฐานการบินเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา  ต่อเนื่องจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ที่ปักธงเเดงด้านการบินของประเทศไทย

ประเด็นที่มีการพูดคุยกันในวันนี้ คือการประกาศหลักเกณฑ์ใหม่ในการให้ใบอนุญาตการบิน (AOC) เพื่อแก้ไขปัญหาและปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยทางการบินของประเทศไทย นอกจากนี้อีกประเด็นที่คาดว่าจะถูกหยิบยกมาพูดคุย คือแผนการเตรียมรับมือการประกาศมาตรฐานการบินของหน่วยงานด้านความปลอดภัยการบินแห่งสหภาพยุโรป (เอียซ่า) ในวันที่ 10 ธ.ค.ที่จะถึงนี้ การประชุมใช้เวลาทั้งสิ้นเกือบ 2 ชั่วโมง  หลังการประชุมผู้สื่อข่าวพยายามเข้าไปสอบถามจากนายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัทการบินไทย แต่ได้ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ ขณะที่ผู้ประกอบการบางส่วนสะท้อนว่าการหารือในครั้งนี้ถือว่ารัฐบาลเปิดโอกาสให้เอกชน

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับสายการบิน 41 สาย เพื่อแก้ไขปัญหาการบินว่าได้สั่งการให้ทุกฝ่ายเร่งจัดหาบุคลากรตรวจสอบมาตรฐานด้านการบินให้แล้วเสร็จก่อนสิ้นเดือน ธ.ค.นี้ โดยจะจ้างผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้ามาช่วยตรวจสอบ เนื่องจากปัจจุบันมีผู้ตรวจสอบเพียง 49 คน จากจำนวนนักบินที่มีอยู่กว่า 2,100 คน  ขณะที่ก่อนหน้านี้คณะรัฐมนตรีอนุมัติไว้ว่าจะต้องจัดหาบุคลากรให้ได้จำนวน 86 อัตรา ซึ่งแต่ละสายการบินจะต้องจัดทำแผนและเสนอชื่อผู้ที่คุณสมบัติครบถ้วนต่อสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ภายใน 1 เดือน

ด้าน พล.อ.อ.ปรีชา ประดับมุก เลขานุการศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการบินพลเรือน กล่าวว่าการประชุมในวันนี้มีการหารือในการรับมือการประกาศผลการตรวจสอบมาตรฐานด้านการบินของสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหภาพยุโรป (เอียซ่า) เบื้องต้นมั่นใจว่าจะสามารถผ่านการตรวจสอบได้ แต่หากไทยถูกสั่งห้ามบินเข้ายุโรปก็ยังสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมาธิการความปลอดภัยทางการบินของสหภาพยุโรป โดยจะมีระยะเวลา 18 เดือนในการอุทธรณ์ แต่ในระหว่างนั้นสายบินของไทยจะไม่สามารถบินเข้าประเทศในแถบยุโรป

ทั้งนี้ในช่วงหลังวันที่ 10 ธันวาคม ทางเอียซ่าจะมีการประกาศผลว่าสายการบินไทยและสายการบินเอ็มเจ็ทจะได้ใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศต่างชาติ (TCO) หรือไม่ในการบินเข้ากลุ่มยุโรปทั้ง 28 ประเทศ หากได้การอนุมัติใบอนุญาตทั้ง 2 สายการบินก็ยังสามารถบินเข้าไปยัง 28 ประเทศได้ แม้จะไม่ผ่านการตรวจสอบในวันที่ 10 ธันวาคม  แต่อาจไม่สามารถเพิ่มเที่ยวบิน เปลี่ยนอากาศยานและเปลี่ยนจุดลงจอดได้


กลับขึ้นด้านบน