รัฐบาลวาง 5 ยุทธศาสตร์ผลักดันนโยบายดิจิทัล อีโคโนมี

รัฐบาลวาง 5 ยุทธศาสตร์ผลักดันนโยบายดิจิทัล อีโคโนมี

รัฐบาลวาง 5 ยุทธศาสตร์ผลักดันนโยบายดิจิทัล อีโคโนมี

รูปข่าว : รัฐบาลวาง 5 ยุทธศาสตร์ผลักดันนโยบายดิจิทัล อีโคโนมี

รัฐบาลวาง 5 ยุทธศาสตร์ผลักดันนโยบายดิจิทัล อีโคโนมี รัฐบาลวาง 5 ยุทธศาสตร์ เดินหน้าผลักดันนโยบายดิจิทัล อีโคโนมี ยกระดับภาคเศรษฐกิจ สังคม และความเป็นอยู่ของประชาชนให้สะดวกสบายขึ้น

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในงานสัมมนารัฐบาลดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจแห่งอนาคต ว่ารัฐบาลต้องการผลักดันนโยบายดิจิทัล อีโคโนมี เพื่อยกระดับภาคเศรษฐกิจ สังคม และความเป็นอยู่ของประชาชนให้สะดวกสบายขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีและกลไกภาครัฐ

ทั้งนี้ ได้วางยุทธศาสตร์ 5 ด้านเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ทั้งการเตรียมปรับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเข้าสู่สังคมดิจิทัล, การสร้างความเข้มแข็งและน่าเชื่อถือด้านเทคโนโลยี ซึ่งต้องมีการแก้ระเบียบและกฎหมาย เพื่อให้ผู้ประกอบการผู้ใช้บริการมั่นใจ, ส่งเสริมให้มีการจัดการให้บริการดิจิทัลมากขึ้น, สร้างธุรกรรมดิจิทัลใหม่ๆ, การเตรียมสังคมไปสู่เศรษฐกิจดิติทัลทั้งรัฐและเอกชน และการนำดิจิทัลมาใช้ทางสังคมเพื่อสร้างองค์ความรู้

โดยที่ผ่านมาได้จัดตั้งศูนย์บริการร่วมภาครัฐ (G-Point) ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ซึ่งเปิดให้บริการเกี่ยวกับการติดต่อประกันสังคม ติดต่อเกี่ยวกับการจัดหางานและขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติ ติดต่องานทะเบียนราษฎ์ เช่น ทำบัตรประชาชน ทำใบขับขี่ ซึ่งต่อไปจะมีการเพิ่มงานบริการอื่นๆ โดยตั้งเป้าหมายขยายจุดให้บริการ G-Piont 11 แห่ง รวมทั้งการผลักดันกฎหมายอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงการใช้บริการจากหน่วยงานรัฐ

นอกจากนั้น สำนักรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ยังนำร่องให้บริการตรวจสอบสิทธิประโยชน์ที่ประชาชนได้รับจากาครัฐ เช่น ข้อมูลประกันภัยสังคม เบี้ยผู้สูงอายุ หรือตรวจสอบข้อมูลบุคคลในทะเบียนบ้านผ่านตู้คีออส เพื่อให้บริการประชาชนด้วย

ด้านนายศักดิ์ เสกขุนทด ผู้อำนวยการสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ กล่าวว่าจากการผลักดันนโยบายดิจิตอลอย่างเป็นระบบจะส่งผลให้เกิดแนวโน้ม 10 ด้านที่สำคัญ คาดว่าจะเกิดขึ้นภายใน 2 ปี ซึ่งจะส่งผลต่อประชาชน นักพัฒนาซอฟแวร์และหน่วยงานรัฐ

สำหรับแนวโน้มที่สำคัญ เช่น เครือข่ายอินเทอร์เน็ตของประเทศไทยจะถูกจัดสรรใหม่เช่นเดียวกับการจัดสรรคลื่นความถี่ในธุกิจโทรคมนาคม, การใช้จ่ายหรืองบประมาณภาครัฐด้านไอทีจะเปลี่ยนเป็นการพัฒนาเฉพาะแอพพลิเคชั่นมากขึ้น, แอพพลิเคชั่นบนมือถือของภาครัฐจะมีให้บริการประชาชนกว่า 500 โปรแกรม และจุดให้บริการภาครัฐจะเปลี่ยนมาเป็นเครื่องมากขึ้น


กลับขึ้นด้านบน