ใครเป็นใครใน 5 สโมสรฟุตบอลท้ายตาราง ลุ้นหนีตกชั้นนัดสุดท้ายแข่งโตโยต้าไทยลีกปี 58

ใครเป็นใครใน 5 สโมสรฟุตบอลท้ายตาราง ลุ้นหนีตกชั้นนัดสุดท้ายแข่งโตโยต้าไทยลีกปี 58

ใครเป็นใครใน 5 สโมสรฟุตบอลท้ายตาราง ลุ้นหนีตกชั้นนัดสุดท้ายแข่งโตโยต้าไทยลีกปี 58

รูปข่าว : ใครเป็นใครใน 5 สโมสรฟุตบอลท้ายตาราง ลุ้นหนีตกชั้นนัดสุดท้ายแข่งโตโยต้าไทยลีกปี 58

ใครเป็นใครใน 5 สโมสรฟุตบอลท้ายตาราง ลุ้นหนีตกชั้นนัดสุดท้ายแข่งโตโยต้าไทยลีกปี 58 สโมสรฟุตบอลไทยชั้นนำหลายทีมรับศึกหนัก ต้องลุ้นหนีการตกชั้นจนถึงนัดสุดท้ายในการแข่งขันโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก ประจำปี 2558 โดยสระบุรีกับชัยนาทต้องเจอสุพรรณบุรีที่ลุ้นไปเล่นถ้วยเอเชีย ขณะที่การท่าเรือต้องเจอแชมป์ 4 สมัย อย่างบุรีรัมย์ ที่ประกาศคว้าแชมป์อีกครั้งเพื่อสร้างสถิติไม่แพ้ทีมใดในลีก ขณะที่นักฟุตบอล 11 คน ได้รับตำแหน่งนักนักเตะยอดเยี่ยมเพราะทำผลงานช่วยเหลือทีม

วันนี้ (11 ธ.ค. 2558) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแข่งขันฟุตบอลโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก ประจำปี 2558 หลายทีมต้องลุ้นหนีการตกชั้นจนถึงนัดสุดท้าย อย่างสโมสรฟุตบอลการท่าเรือ ที่แม้ต้องการเก็บแต้มเพื่อไม่ให้หลุดชั้น แต่การเปิดบ้านตัวเองเพื่อเอาชนะสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์โตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก 4 สมัย ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะทางสโมสรบุรีรัมย์ฯ ต้องการสร้างสถิติไม่แพ้ใครในลีกและทำแต้มให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ คาดว่าสโมสรบุรีรัมย์ฯ จะส่งผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนาม แต่บางตำแหน่งอาจใช้นักเตะดาวรุ่งลงเล่น ส่วนสโมสรการท่าเรือไม่มีปัญหานักเตะบาดเจ็บ และจะใช้ชุดที่ดีที่สุดลงเล่นเพื่อการลุ้นอยู่รอดในลีก

ขณะที่สโมสรฟุตบอลจังหวัดสระบุรีที่ลุ้นหนีการตกชั้นต้องเจองานหนักเช่นกัน จากการบุกไปเยือนสโมสรฟุตบอลชลบุรีที่กำลังลุ้นไปเล่นถ้วยเอเชีย ทว่า นักเตะของสโมสรชลบุรีอยู่ในสภาพไม่พร้อม เนื่องจากนักเตะตัวหลักอย่าง สุทธินันท์ กับ อดุลย์ ไม่สามารถลงเล่นได้ โชคดีที่มี พิภพ ภูริทัต ซึ่งพ้นโทษแบนมาช่วยเสริมทีม

ด้าน สโมสรฟุตบอลจังหวัดชัยนาทที่จะบุกไปเยือน สโมสรฟุตบอลแบงค็อก ยูไนเต็ด เพื่อล้นที่ 3 ที่ โดยทั้ง 2 ทีม จะส่งนักเตะที่ดีที่สุดลงเล่นเพื่อ 3 คะแนนสุดท้ายในปีนี้ (2558) ส่วนสโมสรฟุตบอล บีอีซี เทโรศาสน ที่นัดสุดท้ายต้องพบกับสโมสรฟุตบอลเชียงราย ยูไนเต็ด กลับไม่มี ธนบูรณ์ เข้าร่วมเพราะต้องเข้ารับการผ่าตัดจมูก ฟากสโมสรฟุตบอลราชนาวีจะได้เล่นในบ้านพบสโมสรฟุตบอลอาร์มี ยูไนเต็ด แต่ทางราชนาวีน้ำจะไม่มี คมสันต์ เมินดี กับ ชณธวัฒน์ ศรีสุข ที่บาดเจ็บอยู่ ส่วน โรดินโก กับวิคตอร์ จูเนียร์ สามารถลงเล่นได้ตามปกติ

                

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มด้วยว่า การแข่งขันฟุตบอลโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีกนัดสุดท้ายประจำปีนี้ จะเล่นเวลา 18.00 น. พร้อมกันทุกคู่ โดย 5 ทีม ที่ลุ้นหนีการตกชั้นจะมี 3 ทีมที่อยู่รอดในลีกสูงสุด และอีก 2 ทีม ต้องตกชั้นไปเล่นยามาฮาลีกวันตามทีโอทีเอส ซึ่ง 5 ทีม ที่ต้องลุ้นไล่ตั้งแต่อันดับ 13-17 คือ สโมสรชัยนาท สโมสรการท่าเรือ สโมสรบีอีซีเทโรศาสน สโมสรสระบุรี และสโมสรราชนาวี

ทั้งนี้ การจัดอันดับเป็นการดูลูกได้เสียแต่เมื่อต้องหาทีมตกชั้นหรือแชมป์ จะใช้เกณฑ์ตามกฎที่ทีพีแอลเขียนขึ้น เริ่มจากเฮดทูเฮดที่ทั้ง 2 ทีมเจอกัน หากคะแนนเท่ากันจะดูที่ประตูได้เสียทั้งฤดูกาล หากยังเท่ากันให้ดูประตูได้ แต่ถ้ายังเสมอกันอีกให้แข่งใหม่ที่สนามเป็นกลาง 1 นัด

อย่างไรก็ดี ชัยนาทฮอร์นบิลมีโอกาสรอดตกชั้นมากที่สุดอยู่อันดับ 13 ด้วยคะแนน 34 คะแนน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปีที่นกใหญ่ชัยนาทต้องดิ้นรนหนีการตกชั้น หากนัดสุดท้ายสโมสรชัยนาทชนะสโมสรแบงค็อกจะรอดตกชั้นทันที แต่ถ้าเสมอต้องลุ้นให้สโมสรเทโรฯ กับการท่าเรือไม่ชนะเกิน 1 ประตู หากแพ้ต้องไปลุ้นผลของสโมสรเทโรฯ สโมสร สระบุรี และสโมสรราชนาวี

ขณะที่ สโมสรการท่าเรืออยู่อันดับ 14 นัดสุดท้ายเปิดบ้านพบสโมสรบุรีรัมย์ ถ้าชนะจะรอดตกชั้นทันที หากเสมอและสโมสรเทโรฯ สโมสรราชนาวี กับสโมสรสระบุรีชนะสโมสรการท่าเรือจะตกชั้น แต่หากแพ้สโมสรการท่าเรือต้องลุ้นผลคู่อื่นด้วย

ด้าน สโมสรบีอีซี เทโรศาสน อยู่อันดับที่ 15 ต้องไปเยือนสโมสรเชียงราย ซึ่งต้องชนะและลุ้นให้สโมสรราชนาวี สโมสรสระบุรี และสโมสรการท่าเรือไม่ชนะ แต่ถ้าเสมอทีมบีอีซีฯ จะตกชั้นต่อเมื่อสโมสรราชนาวี สโมสรสระบุรี และสโมสรการท่าเรือชนะ และหากแพ้สโมสรเทโรฯ จะตกชั้นทันที เพราะมินิลีกสโมสรเทโรฯ เป็นรองสโมสรสระบุรี

ส่วนสโมสรสระบุรีอยู่อันดับที่ 16 ต้องชนะสโมสรชลบุรีเท่านั้นถึงจะรอดตกชั้น แต่ถ้าเสมอสโมสรสระบุรีจะตกชั้นทันที ไม่ต่างจาก สโมสรราชนาวีอันดับ 17 ที่เปิดบ้านพบกับสโมสรอาร์มี ซึ่งต้องชนะ และลุ้นห้าสโมสรชัยนาท สโมสรสระบุรี และสโมสรเทโรฯ และสโมสรการท่าเรือไม่ชนะ ซึ่งถ้าเสมอสโมสรสระบุรีจะตกชั้นเช่นกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ ได้จัดอันดับนักเตะยอดเยี่ยม 11 คน ที่ช่วยทีมทำประตูในนัดกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้แก่ 1.สราวุธ กองลาภ ผู้รักษาประตูของสโมสรฟุตบอลราชนาวี ที่ช่วยเซฟจังหวะสำคัญในเกมที่เจอกับชัยนาทฮอร์นบิล และจบด้วยคะแนน 0-0 ทำให้ราชนาวีมีลุ้นรอดตกชั้นถึงเกมสุดท้าย

2.กองหลัง ประลอง สาวันดี จากสโมสรฟุตบอลนครราขสีมา มาสด้า ช่วยจ่ายให้ โดมินิค ยิงประตูโทนจนชนะสโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ 1-0 เข่นเดียวกับ 3.อันเดรส ตูนเยส ทำประตูตีเสมอให้สโมสรบุรีรัมย์ 4. ปรัชญ์ สมัครราษฎร์ และ 5.อภิเชษฐ์ พุฒตาล เป็น 2 นักเตะกำลังหลักในแนวรับของสโมสรฟุตบอลสุพรรณบุรี กับสโมสรฟุตบอลบีอีซีฯ

ตามด้วย 6. รุ่งรัตน์ ภูมิจันทร์ทึก ปีกซ้ายของสโมสรฟุตบอลเชียงราย และ 7. อภิภู สุนทรพนาเวส คอยคุมเกมในแดนกลางของสโมสรฟุตบอลโอสถสภา 8. สารัช อยู่เย็นทำประตูตีเสมอให้สโมสรฟุตบอลเอสซีจี เมืองทอง พร้อมช่วยจ่ายบอลให้เพื่อนเล่นง่ายหลายจังหวะ 9.จักรพันธ์ พรใส เล่นได้สมบูรณ์แบบทั้งยิงและจ่าย จนสโมสรฟุตบอลสุพรรณบุรีมีลุ้นจบอันดับ 3 ไปเล่นถ้วยเอเชีย

ส่วน 10.คลีตัน ซิลวา ของสโมสรเอสซีจีฯ กับ อาริดาเน ซานตานา ของสโมสรฟุตบอลบางกอกกลาส 2 ศูนย์หน้าที่ทำประตูช่วยให้ต้นสังกัดชนะ
 


กลับขึ้นด้านบน