“เหมืองแร่เมืองเลย” ฟ้องนักเรียนม.4 หมิ่นฯ รายงานข่าวผลกระทบในพื้นที่ผ่าน ThaiPBS

“เหมืองแร่เมืองเลย” ฟ้องนักเรียนม.4 หมิ่นฯ รายงานข่าวผลกระทบในพื้นที่ผ่าน ThaiPBS

“เหมืองแร่เมืองเลย” ฟ้องนักเรียนม.4 หมิ่นฯ รายงานข่าวผลกระทบในพื้นที่ผ่าน ThaiPBS

รูปข่าว : “เหมืองแร่เมืองเลย” ฟ้องนักเรียนม.4 หมิ่นฯ รายงานข่าวผลกระทบในพื้นที่ผ่าน ThaiPBS

“เหมืองแร่เมืองเลย” ฟ้องนักเรียนม.4 หมิ่นฯ รายงานข่าวผลกระทบในพื้นที่ผ่าน ThaiPBS บริษัท ทุ่งคำ หรือเหมืองแร่เมืองเลยฟ้องเด็ก ม.4 หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา หลังรายงานผลกระทบจากการทำเหมือง อ้างเด็กรายงานไม่เป็นความจริง สถานพินิจฯ ส่งหนังสือเชิญเด็กให้ถ้อยคำ 21 ธ.ค.นี้

วันนี้ (13 ธ.ค.) สำนักข่าวประชาไท รายงานว่า ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า มีหนังสือจากสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดเลย ส่งถึงน.ส....(ไม่ประสงค์เปิดเผยชื่อ) และบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง เรื่องขอเชิญน.ส....(ไม่ประสงค์เปิดเผยชื่อ) และบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง มาให้ถ้อยคำต่อพนักงานคุมประพฤติ โดยได้ส่งหนังสือแนบมาด้วยคือ หนังสือของอนุญาตฟ้องเด็กและเยาวขนคดีอาญา ลงวันที่ 27 พ.ย. 2558

ทั้งนี้ หนังสือจากสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดเลย ระบุว่า ด้วยทนายความและที่ปรึกษากฎหมายผู้ได้รับมอบอำนาจ ได้มีหนังสือขออนุญาตฟ้องเด็กหรือเยาวชน คดีอาญา ในข้อหา หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ด้วยเอกสาร และโทรทัศน์ ซึ่งตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีวิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 99 วางหลักว่า ห้ามมิให้ผู้เสียหายฟ้องคดีอาญาซึ่งมีข้อหาว่าเด็กหรือเยาวชนกระทำความผิดต่อศาลเยาวชนและครอบครัว เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการสถานพินิจที่เด็กหรือเยาวชนอยู่ในเขตอำนาจนั้น

สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดเลยจึงขอเชิญน.ส....(ไม่ประสงค์เปิดเผยชื่อ) และบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง มาให้ถ้อยคำเกี่ยวกับรายละเอียดเกี่ยวกับพฤติการณ์ในคดี ในวันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม 2558 เวลา 09.00 น. ณ ฝ่ายคดี สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดเลย เพื่อจักดำเนินการสืบสวน และสอบสวนข้อกล่าวหานั้นว่ามีมูลสมควรให้ให้ผู้เสียหายฟ้องหรือไม่

ผู้สื่อรายงานต่อไปว่า ในหนังสือของอนุญาตฟ้องเด็กและเยาวชนคดีอาญา ลงวันที่ 27 พ.ย. 2558 ระบุว่า ด้วยเมื่อวันที่ 28-30 สิงหาคม 2558 น.ส.....(ไม่ประสงค์เปิดเผยชื่อ) อายุ 15 ปี ในฐานะนักข่าวพลเมืองสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ได้ให้สัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ หรือนักข่าวภาคสนามประจำสถานีโทรทัศน์ดังกล่าว ขณะออกค่ายเยาวชนฮักบ้านเจ้าของ "ตอน นักสืบลำน้ำฮวยแท้ๆ แน๊ว" ซึ่งจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 28-30 สิงหาคม 2558 ที่วัดโนนสว่าง ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย ในลักษณะเป็นการหมิ่นประมาทใส่ความ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด (โจทก์) ว่า “ลำน้ำฮวยได้รับผลกระทบจากอุตสาหกรรมเหมืองแร่ทองคำโดยลำน้ำฮวยมีสารปนเปื้อน ทำให้ใช้ดื่ม ใช้กินไม่ได้”

ต่อมาเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2558 เทปบันทึกคำให้สัมภาษณ์ดังกล่าวของน.ส....(ไม่ประสงค์เปิดเผยชื่อ) ได้ถูกทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส นำเสนอออกอากาศทางโทรทัศน์ทั่วประเทศ และเผยแพร่ทางยูทูป ทางอินเตอร์เน็ต ด้วยคอมพิวเตอร์ ซึ่งให้สัมภาษณ์ดังกล่าวของน.ส....(ไม่ประสงค์เปิดเผยชื่อ) ถือเป็นการใส่ความร้ายต่อบริษัท ทุ่งคำ จำกัด (โจทก์) เนื่องจากข้อความดังกล่าวเป็นเท็จ เพราะความจริงเหมืองแร่ดังกล่าวได้รับการพิสูจน์แล้วว่าไม่มีสารปนเปื้อน และลำน้ำฮวยไม่ได้ไหลผ่านเหมืองแร่

จากกรณีข้างต้น บัดนี้ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ได้ดำเนินการฟ้องเกี่ยวข้องเป็นคดีอาญาในข้อหาหรือฐานความผิดหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ต่อศาลอาญา ตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.3756/2558 ปรากฎตามสิ่งที่แนบมาด้วย (2) และพฤติการณ์แห่งคดีบริษัท ทุ่งคำ จำกัด เห็นว่า น.ส....(ไม่ประสงค์เปิดเผยชื่อ) มีเจตนากระทำความผิดหรือเข้าข่ายเป็นผู้กระทำผิดอาญา ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา

ดังนั้น บริษัท ทุ่งคำ จำกัด จึงมีความจำเป็นและชอบธรรมที่จะฟ้องใช้สิทธิทางศาล เพื่อปกป้อง รักษา ชื่อเสียงเกียรติคุณ และธุรกิจของตนเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย ด้วยการดำเนินคดีอาญากับน.ส....(ไม่ประสงค์เปิดเผยชื่อ) ในฐานความผิดหมิ่นประมาทฯ

ขอบคุณข่าวและภาพจาก สำนักข่าวประชาไท http://www.prachatai.org


กลับขึ้นด้านบน