ผอ.โรงเรียนยืนยันเยาวชนไม่มีเจตนาโจมตีเหมือง หวังสะท้อนความเปลี่ยนแปลงในชุมชน

ผอ.โรงเรียนยืนยันเยาวชนไม่มีเจตนาโจมตีเหมือง หวังสะท้อนความเปลี่ยนแปลงในชุมชน

ผอ.โรงเรียนยืนยันเยาวชนไม่มีเจตนาโจมตีเหมือง หวังสะท้อนความเปลี่ยนแปลงในชุมชน

รูปข่าว : ผอ.โรงเรียนยืนยันเยาวชนไม่มีเจตนาโจมตีเหมือง หวังสะท้อนความเปลี่ยนแปลงในชุมชน

ผอ.โรงเรียนยืนยันเยาวชนไม่มีเจตนาโจมตีเหมือง หวังสะท้อนความเปลี่ยนแปลงในชุมชน อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ยืนยัน ยังไม่มีคำสั่งความเห็นทางคดี หลังผู้ประกอบการเหมืองแร่ ขอความเห็นยื่นฟ้องเยาวชน ที่ จ.เลย ด้านผู้อำนวยการโรงเรียนศรีสงครามวิทยา ที่เยาวชนเรียนอยู่ยืนยันเด็กไม่มีเจตนาสร้างความเสียหายให้ทางเหมืองพร้อมเตรียมส่งเรื่องยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเพื่อหาทางช่วยเหลือ

วันนี้ (15 ธ.ค.2558) นายจิระศักดิ์ ชัยชนะทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงเรียน ระบุนักเรียนไม่มีอาการซึมเศร้าแต่ทราบว่าทางครอบครัวมีความกังวลซึ่งโรงเรียนได้พูดคุยให้กำลังใจ พร้อมชี้ให้เห็นว่าเป็นขั้นตอนตามกฏหมายและยืนยันว่าเด็กไม่มีเจตนาสร้างความเสียหายให้กับทางเหมือง เพียงแต่ต้องการสะท้อนความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นต่อสภาพแวดล้อมในชุมชน

ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีสงครามวิทยา ยังระบุว่า จะรายงานเรื่องนี้ไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 19 เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือ

ด้านเยาวชนที่ถูกบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ทำหนังสือขออนุญาตฟ้องหมิ่นประมาท กรณีรายงานข่าวในช่วงนักข่าวพลเมืองของไทยพีบีเอส ตอน ค่ายเยาวชนฮักบ้านเจ้าของ ยังคงมาเรียนที่โรงเรียนศรีสงครามวิทยา อ.วังสะพุง จ.เลย ตามปกติ

ขณะที่ไทยพีบีเอสพยายามติดต่อไปยังนายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัด และในฐานะประธานคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัดเลย แต่ยังติดภารกิจและอยู่ระหว่างศึกษารายละเอียดกรณีการฟ้องร้องเยาวชนจึงยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้

สำหรับขั้นตอนการฟ้องร้องเยาวชนนายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เปิดเผยว่า ในชั้นนี้ยังไม่มีคำสั่งให้ความเห็นทางคดี แต่มอบหมายให้ผู้อำนวยการสถานพินิจฯ จังหวัดเลย พิจารณาข้อเท็จจริง ซึ่งในชั้นนี้ทางสถานพินิจฯจะใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กและเยาวชน มาตรา 99 เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจากทั้ง 2 ฝ่าย เนื่องจากการฟ้องร้องดำเนินคดีกับเยาวชน ผู้เสียหายจะฟ้องร้องเองไม่ได้ และตามกฎหมายต้องใช้ความเห็นของผู้อำนวยการสถานพินิจฯ เพื่อพิจารณาว่า การฟ้องร้องคดีดังกล่าวมีมูลเหตุ และสมควรแก่เหตุที่จะฟ้องร้องกับเยาวชนหรือไม่

ตามกฎหมายหากดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ไม่เห็นสมควรให้ฟ้องร้องเยาวชนผู้เสียหายสามารถยื่นอุทธรณ์คำสั่งกับศาลเยาวชนได้ หรือใช้ช่องทางตามกฎหมายอื่น เช่น ยื่นฟ้องผ่านตำรวจ และอัยการ


กลับขึ้นด้านบน