สื่อตั้งฉายาตำรวจปี 58 "พล.ต.อ.จักรทิพย์-ผบ.เสียทรง" “พล.ต.ต.ปวีณ-โรฮีนจา ลี้ภัย”

สื่อตั้งฉายาตำรวจปี 58 "พล.ต.อ.จักรทิพย์-ผบ.เสียทรง" “พล.ต.ต.ปวีณ-โรฮีนจา ลี้ภัย”

สื่อตั้งฉายาตำรวจปี 58 "พล.ต.อ.จักรทิพย์-ผบ.เสียทรง" “พล.ต.ต.ปวีณ-โรฮีนจา ลี้ภัย”

รูปข่าว : สื่อตั้งฉายาตำรวจปี 58 "พล.ต.อ.จักรทิพย์-ผบ.เสียทรง" “พล.ต.ต.ปวีณ-โรฮีนจา ลี้ภัย”

สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ตั้งฉายาตำรวจประจำปี 2558 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฉายา “ตร. รีโนเวท” ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ฉายา “ผบ. เสียทรง” และ พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ ฉายา “ โรฮีนจา ลี้ภัย ”

วันนี้ (19 ธ.ค.2558) ที่ศูนย์ปฏิบัติการสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย นายไพโรจน์ เทศนิยม นายกสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในปีนี้ทางคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ซึ่งเป็นผู้สื่อข่าวสายงานอาชญากรรม ได้ทำงานใกล้ชิดกับแหล่งข่าวที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนจะนำผลงานต่างๆ เสนอต่อสายตาประชาชนจนเป็นที่ยอมรับของสังคม และเฝ้าดูการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจตลอดทั้งปีที่ผ่านมา ได้ร่วมกันประชุมเพื่อตั้งฉายาตำรวจประจำปี 2558 โดยเกณฑ์การตั้งฉายาให้นายตำรวจนั้นทางสมาคมได้ประชุมกับผู้สื่อข่าวที่เป็นคณะกรรมการบริหารสมาคม ซึ่งเป็นตัวแทนจากสื่อสังกัดต่างๆ นำรายชื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ องค์กร มารวมกันและคัดเลือกจนเหลือเพียง 11 คน ซึ่งตำรวจแต่ละนายมีข่าวที่โดดเด่น รวมทั้งเป็นที่หน้าจับตามองของสื่อมวลชนและสังคม สำหรับฉายาตำรวจมีดังนี้

1.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฉายา “ตร. รีโนเวท” (renovate) สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำลังจะก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการแยกงานสอบสวนออกจากการบริหาร การแต่งตั้ง กตช. และ ก.ตร. ต้องมาจากข้าราชการตำรวจ ส่วนประธาน กตช. คือ ผบ.ตร. ซึ่งแต่เดิมจะเป็นนายกรัฐมนตรี และ ผบ.ตร. มีอำนาจในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ตั้งแต่ระดับรองผู้บังคับการลงมา ดังนั้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้รับฉายา “ตร. รีโนเวท”

2.พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้รับฉายา “ผบ. เสียทรง” สมัยตอนที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ดำรงตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. ได้ฝากผลงานไว้อย่างโดดเด่นในการทำคดีสำคัญๆ จนจบลงได้อย่างสวยงาม และเป็นไปตามที่ประชาคาดหวังไว้ แต่ภายหลังมารับตำแหน่งแม่ทัพสีกากี เต็มตัวกลับไม่มีผลงานใดที่เข้าตาประชาชน จึงได้รับฉายา “ผบ. เสียทรง”

3.พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ฉายา “ปู ฟาสท์แทร็ค” ( Fast Track ) เมื่อวันที่ 1 ต.ค.2557 พล.ต.อ.ศรีวราห์ เคยดำรงตำแหน่ง ผบช.น. ต่อมาวันที่ 1 ต.ค.2558 ได้รับตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. หลังจากนั้นอีก 2 เดือนได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. ซึ่งใช้ระยะเวลาเพียงปีกว่าในการเลื่อนขั้นอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ เนื่องจากศาลปกครองมีคำพิพากษาเพิกถอนมติคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ คืนสิทธิการนับระยะการปฏิบัติงานทางภาคใต้เป็นทวีคูณ จนได้กลับมาดำรงตำแหน่งตามเดิม จึงได้รับฉายา “ ปู ฟาสท์แทร็ค ”

4.พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ปลัดประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ฉายา “เอก พลัดถิ่น” พล.ต.อ.เอก ถือว่าเป็นตำรวจน้ำดีอีกคนหนึ่งที่ถูกเสนอชื่อให้เป็น ผบ.ตร. ถึง 2 ครั้ง สุดท้ายพลาดหมด จากนั้นถูกมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งปลัดประจำสำนักนายก ก่อนที่จะเกษียณอายุราชการจึงได้รับฉายา “เอก พลัดถิ่น”

5.พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. ฉายา “มือปราบไซเตส” ภายหลังได้รับมอบหมายในการปราบปรามจับกุมผู้ลักลอบขนงาช้าง จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาลักลอบค้างาช้างไทยและงาช้างแอฟริกา รายใหญ่ได้มูลค่ากว่า 40 ล้านบาท ทำให้ขบวนการลักลอบขนงาช้างไม่กล้าที่จะใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน อีกทั้งยังผลักดัน พ.ร.บ.งาช้าง 2558 มาควบคุมการค้า การครอบครองงาช้างภายในประเทศได้เป็นผลสำเร็จ จึงได้รับฉายา “มือปราบไซเตส”

6.พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา โฆษก สตช. ฉายา “โทรโข่งไร้เสียง” หลังจากได้รับหน้าที่หลักให้เป็นหอกระจายเสียงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเป็นตัวแทนในการเผยแพร่การทำงานรวมถึงภารกิจต่างๆของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ทุกครั้งที่มีการแถลงข่าวหรือประชาสัมพันธ์งานของ ตร.จะมีก็แต่เสียงของรองโฆษก ส่วนโฆษก ตร.กลับไร้เสียง จึงได้รับฉายา “โทรโข่งไร้เสียง”

7.พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ฉายา “มือปราบยูฟัน” ในฐานะหัวหน้าชุดสอบสวนคดีแชร์ลูกโซ่ บริษัทยูฟัน สโตร์ จำกัด สามารถสืบสวนจับกุมผู้ที่ร่วมขบวนการได้เกือบหมดและยึดทรัพย์ผู้ที่ร่วมขบวนการได้หลายร้อยล้านบาท จนทำให้กลุ่มขายตรงที่จะกลายพันธ์เป็นแชร์ลูกโซ่หวาดกลัว จึงเป็นที่มาของฉายา “มือปราบยูฟัน”

8.พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. ฉายา “น.1 ร่างทรง” หลังจากที่เข้ามารับตำแหน่งรักษาการ ผบช.น. ได้ระยะหนึ่งก็ทำงานอย่างขยันขันแข็งจนเป็นที่ยอมรับของประชาชน แต่กลับไม่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวจริง จึงได้รับฉายา “น.1 ร่างทรง”

9.พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ อดีต รอง ผบช.ภ.8 ฉายา “โรฮีนจา ลี้ภัย” เนื่องจากเป็นหัวหน้าทีมในการสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีโรฮีนจา ต่อมาตนเองอ้างว่าถูกข่มขู่จากผู้มีอิทธิพลจนต้องขอลี้ภัยไปยังประเทศออสเตรเลียจึงได้รับฉายา “โรฮีนจา ลี้ภัย”

10.พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผบก.สปพ. ฉายา “หลวงตามสั่ง” หลังจากได้รับมอบหมายงานจากผู้บังคับบัญชาครั้งใดก็สามารถคลี่คลายงานได้สำเร็จเป็นอย่างดี และมักจะมีโครงการต่างๆ ออกมาเพื่อดูแลทุกข์สุขของประชาชนจึงได้รับฉายา “หลวงตามสั่ง”

11.พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.ทท ฉายา “โจ๊ก โชคชัย 4” เนื่องจากเป็นนายตำรวจคนสนิทของผู้มีบารมีท่านหนึ่งที่มีบ้านพักอยู่ในย่านโชคชัย 4 และมักจะเรียกไปรับใช้อยู่บ่อยๆ ในวลีที่ว่า “คร๊าบๆ...คร๊าบ..” จึงได้รับฉายา “ จ๊ก โชคชัย 4”

12.พ.ต.อ.ชยุต มารยาทตร์ รอง ผบก.น.6 ฉายา “กุนซือ หลังฉาก” เป็นมือสอบสวนยอดเยี่ยมระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเป็นพนักงานสอบสวนที่อยู่เบื้องหลังในการทำงานคลี่คลายคดีสำคัญๆมาหลายคดีจนสามารถปิดคดีได้ในที่สุด เช่น คดีแชร์ลูกโซ่ยูฟัน คดีระเบิดแยกราชประสงค์ และอีกหลายคดีที่เปรียบเสมือนการปิดทองหลังพระจึงได้รับฉายา “กุนซือ หลังฉาก”

กลับขึ้นด้านบน