อัพเดทเศรษฐกิจไทย-กัมพูชา ก่อนการเยือนของ "สมเด็จฯ ฮุนเซน"

อัพเดทเศรษฐกิจไทย-กัมพูชา ก่อนการเยือนของ "สมเด็จฯ ฮุนเซน"

อัพเดทเศรษฐกิจไทย-กัมพูชา ก่อนการเยือนของ "สมเด็จฯ ฮุนเซน"

รูปข่าว : อัพเดทเศรษฐกิจไทย-กัมพูชา ก่อนการเยือนของ "สมเด็จฯ ฮุนเซน"

วันที่ 18 -19 ธ.ค.2558 สมเด็จฯ ฮุนเซนนายกรัฐมนตรีกัมพูชา พร้อมคณะรัฐมนตรี และนักธุรกิจ จะเดินทางมาเยือนไทยเพื่อกระชับความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศ ถือเป็นการเยือนประเทศไทยครั้งที่ 2 ของสมเด็จฯ ฮุน เซน ในรอบ 15 ปี โดยจะมีการจัดการประชุมคณะรัฐมนตรีร่วมไทย-กัมพูช

การเยือนประเทศไทยครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 ของสมเด็จฯ ฮุน เซน ในรอบ 15 ปี เพื่อกระชับความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศ ทั้งการการหารือระดับทวิภาคีของนายกรัฐมนตรีไทยและกัมพูชารวมทั้งคณะนักธุรกิจสองประเทศ โดยหนึ่งในข้อเสนอจากภาคเอกชนไทย คือการผลักดันให้มีการเดินรถเสรีข้ามไปมาทั้งสองประเทศเพื่อให้เกิดการเดินทางและการขนส่งสินค้าระหว่างกันให้มากขึ้นหลังมีการเจรจามาแล้วหลายครั้งแต่ไม่ประสบความสำเร็จ

"คนจากประเทศเพื่อนบ้านอยากมาเที่ยวประเทศไทย อยากไปพัทยา เชียงใหม่ อยากขับรถมาเที่ยว คนไทยก็อยากขับรถไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้าน แต่ทุกวันนี้ต้องเสียค่าใช้จ่ายมหาศาล" นายนิยม ไวรัชพานิช รองประธานกล่าว

ขณะที่นายชนัตร ชาญชัยณรงค์ประธานสภาธุรกิจไทย -กัมพูชา มองถึงโอกาสที่ผู้ประกอบการไทยจะได้รับ โดยเฉพาะจากการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน เขาระบุว่า ความร่วมมือระหว่างไทยกับกัมพูชาไม่ใช่แค่การค้าชายแดน แต่เป็นการลงทุนข้ามแดน เป้าหมายไม่ใช่ประชากรแค่ 15 ล้านคนในกัมพูชา แต่รวมถึงการผ่านไปเวียดนามด้วย

"กัมพูชาใช้เงินสกุลดอลลาร์ ทำให้สะดวก รวมทั้งการขนส่งทางบกทางน้ำ ยิ่งทำให้กัมพูชาเป็นประเทศที่น่าสนใจ ขณะเดียวกันระบบการเงินก็สามารถเอาเงินเข้าออกได้อย่างเสรี อีกทั้งกัมพูชายังมีเมืองใหญ่ เช่น พนมเปญและสีหนุวิลล์ที่คาดว่าจะเป็นเมืองเศรษฐกิจใหม่ของกัมพูชา สำหรับการคมนาคมขนส่งมีทั้งทางบกและทางน้ำ และในอนาคตจะมีทางรถไฟที่สามารถขนส่งของจากอรัญประเทศของไทยข้ามไปพนมเปญ ข้ามสะพานไปถึงโฮจิมินห์ซิตี้ของเวียดนามได้ ดังนั้นการลงทุนของนักธุรกิจไทยในกัมพูชา ไม่ได้มองเพียงแค่ประชากรในกัมพูชา แต่รวมถึง 90 ล้านคนในเวียดนามด้วย" นายชนัตรกล่าว

ไทยและกัมพูชามีมูลค่าการค้าระหว่างกันปีละ 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ครึ่งแรกของปี 2558 มูลค่าการค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.47 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยส่วนใหญ่เป็นการส่งออกสินค้าไปยังกัมพูชาขณะที่การนำเข้าครึ่งปีแรกของปีเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 56.79 ทำให้ปัจจุบันไทยเป็นคู่ค้าอันดับ 7 ของกัมพูชา

ส่วนด้านการลงทุนนับตั้งแต่ปี 2537 ถึง 2558 ไทยมีมูลค่าการลงทุนสะสมเป็นอันดับที่ 8 ของการลงทุนจากต่างประเทศขณะที่รัฐบาลไทยมีแผนจะพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนด้านจังหวัดสระแก้วและจังหวัดตราดร่วมกับกัมพูชา คู่ขนานกับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษของกัมพูชาจังหวัดบันเตียเมียนเจย และจังหวัดเกาะกง

กลับขึ้นด้านบน