เครือข่ายผู้บริโภคร้องบังคับติดฉลากจีเอ็มโอ ในผลิตภัณฑ์อาหารที่ "ดัดแปรพันธุกรรม"

เครือข่ายผู้บริโภคร้องบังคับติดฉลากจีเอ็มโอ ในผลิตภัณฑ์อาหารที่ "ดัดแปรพันธุกรรม"

เครือข่ายผู้บริโภคร้องบังคับติดฉลากจีเอ็มโอ ในผลิตภัณฑ์อาหารที่ "ดัดแปรพันธุกรรม"

รูปข่าว : เครือข่ายผู้บริโภคร้องบังคับติดฉลากจีเอ็มโอ ในผลิตภัณฑ์อาหารที่ "ดัดแปรพันธุกรรม"

องค์กรและเครือข่ายที่ทำงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภค 160 องค์กร เรียกร้องกระทรวงสาธารณสุข ออกประกาศกระทรวงให้มีการติดฉลากจีเอ็มโอในอาหาร ที่มีการดัดแปรพันธุกรรม หรือจีเอ็มโอ เพื่อยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภค

วันนี้ (17 ธ.ค.) เวลา 12.00 น. ตัวแทนองค์กรและเครือข่ายที่ทำงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ยื่นหนังสือถึงรมว.สาธารณสุข ผ่านนพ.กิตติศักดิ์ กลับดี เลขานุการ รมว.สาธารณสุข เพื่อขอให้ปรับปรุงมาตรการติดฉลากจีเอ็มโอในอาหาร ที่มีการดัดแปรพันธุกรรม หรือจีเอ็มโอ

นายไพบูลย์ ช่วงทอง ประธานเครือข่ายนักวิชาการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวว่า แม้จะยังไม่มีความชัดเจนในผลกระทบจากอาหารและผลิตภัณฑ์อาหารจีเอ็มโอ แต่เนื่องจากทั่วโลกให้ความสำคัญในการป้องกันโดยยึดหลักปลอดภัยไว้ก่อน โดยบางประเทศห้ามนำเข้าอาหารและผลิตภัณฑ์อาหารจีเอ็มโอ ส่วนประเทศที่นำเข้าก็จะมีการติดฉลากให้ผู้บริโภครับรู้อย่างชัดเจน เช่น ประเทศบราซิลที่ติดฉลากตัว T ที่มาจากคำว่า Transgenic (ทรานส์เจนิค) ที่แปลว่า ดัดแปรพันธุกรรมอย่างชัดเจน

ขณะที่ในประเทศไทยกลับพบว่า ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 251 ปี 2545 ให้มีการแสดงข้อความดัดแปรพันธุกรรม เฉพาะอาหารและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง และข้าวโพดที่ดัดแปรพันธุกรรมเท่านั้น ทั้งที่ปัจจุบันมีอาหารและผลิตภัณฑ์อาหารอีกหลายชนิด ที่อาจเข้าข่ายอาหารดัดแปรพันธุกรรม

ด้านน.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เห็นว่ากระทรวงสาธารณสุขควรออกประกาศกระทรวงให้ติดฉลากจีเอ็มโอในอาหารและผลิตภัณฑ์อาหารที่มีการดัดแปรพันธุกรรมทุกชนิด โดยออกแบบสัญลักษณ์ฉลากให้ผู้บริโภคเห็นอย่างชัดเจน ไม่ใช่ข้อความเล็กๆ ที่ยากต่อการสังเกต

ด้านนพ.กิตติศักดิ์ กลับดี เลขานุการ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า จะนำข้อเรียกร้องดังกล่าวเสนอเข้าสู่อนุกรรมการที่ดูแลเรื่องฉลาก และอนุกรรมการกำหนดเรื่องคุณภาพอาหาร ก่อนจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการอาหาร ซึ่งจะมีตัวแทนเครือข่ายผู้บริโภคร่วมพิจารณา คาดว่าจะใช้ระยะเวลา 3 เดือนในการหาข้อสรุป ก่อนออกเป็นประกาศกระทรวงสาธารณสุข

ติดตามข่าวสารอย่างรวดเร็วผ่านไทยพีบีเอสออนไลน์
https://www.facebook.com/ThaiPBSNews?ref=hl

 

กลับขึ้นด้านบน