แพ็กเกจของขวัญปีใหม่รัฐบาล ลดค่าครองชีพ-กระตุ้นใช้จ่าย

แพ็กเกจของขวัญปีใหม่รัฐบาล ลดค่าครองชีพ-กระตุ้นใช้จ่าย

แพ็กเกจของขวัญปีใหม่รัฐบาล ลดค่าครองชีพ-กระตุ้นใช้จ่าย

รูปข่าว : แพ็กเกจของขวัญปีใหม่รัฐบาล ลดค่าครองชีพ-กระตุ้นใช้จ่าย

รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงสิ้นปียกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากการซื้อสินค้าไม่เคยทำมาก่อน นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี บอกว่าการออกมาตรการนี้มาเสริมน่าจะสร้างแรงจูงใจในการจับจ่ายในระบบเพิ่ม

กระทรวงพาณิชย์เตรียมของขวัญ 8 ชิ้น มอบให้ประชาชนในช่วงเดือนธันวาคม 2558 นี้ จัดลดราคาสินค้าในห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ร้านค้าปลีกท้องถิ่นทั่วประเทศ รวมกว่า 13,500 สาขาทั่วประเทศ และมีร้านฉลาดซื้อ ประหยัดใช้ใน 43 จังหวัด ลดราคาสินค้าสูงสุดร้อยละ 80 ตั้งแต่วันที่ 17-27 ธันวาคม คาดว่าจะมียอดจำหน่ายสินค้าประมาณ 50,000 ล้านบาท ช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชนประมาณ 15,000 ล้านบาท

กระทรวงการคลังจัดมาตรการเอาใจนักช็อป ปีนี้พิเศษกว่าทุกครั้ง เพราะกระทรวงการคลังได้เสนอคณะรัฐมนตรีให้ประชาชนที่จับจ่ายซื้อสินค้าและบริการ ระหว่างวันที่ 25-31 ธันวาคม 2558 สามารถนำใบกำกับภาษีฉบับเต็ มาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท ไม่รวมการซื้อสุรา เบียร์ ไวน์ ยาสูบ น้ำมันและก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เรือ ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐบาลออกมาตรการในลักษณะเดียวกัน โดยให้ประชาชนนำใบกำกับภาษี ค่าที่พัก โรงแรม แพ็กเกจท่องเที่ยว ของสถานประกอบการได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์หรือผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม นำมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ไม่เกิน 15,000 บาท


ด้านศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่าภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวดี ประชาชนจึงยังคงระมัดระวังการจับจ่าย แต่คาดการณ์ว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดกว่า 120,000 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 10 ปี เนื่องจาก ขณะที่การลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เชื่อว่ามีผลต่อระบบเศรษฐกิจ แต่ยังประเมินตัวเลขได้ยาก ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บอกว่าการมอบของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน นอกจากการลดราคาสินค้าของเอกชนแล้ว ยังได้ขอให้เจ้าของธุรกิจนำของในสต็อกมาจับสลาก โดยนำใบเสร็จที่ซื้อสินค้ามาร่วมชิงรางวัล เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ


อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอสวิเคราะห์ว่าหากยึดจากใบกำกับภาษีหมายความว่า ส่วนใหญ่อาจเป็นห้างร้านขนาดใหญ่ที่ได้ประโยชน์ ไม่ใช่พ่อค้าแม่ค้ารายย่อย จะถือเป็นการเอื้อประโยชน์กับภาคธุรกิจอย่างเดียวหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ต่อให้ไม่มีมาตรการของรัฐ เอกชนก็มีช่องทางการขายสินค้าอยู่แล้ว แต่การร่วมมือกับรัฐเป็นการสะท้อนเรื่องการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลมากกว่า ทั้งนี้ภาพรวมของนโยบายเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับทุกฝ่าย ประชาชนมีอำนาจการซื้อสินค้ามากขึ้น เอกชนมีช่องทางการระบายสินค้า ส่วนรัฐบาลก็ได้ทำหน้าที่ในการดูแลประชาชน

กลับขึ้นด้านบน