ม็อบเมียนมายังชุมนุม-ไทยปิดแผนกกงสุลสถานทูต3 วัน

ม็อบเมียนมายังชุมนุม-ไทยปิดแผนกกงสุลสถานทูต3 วัน

ม็อบเมียนมายังชุมนุม-ไทยปิดแผนกกงสุลสถานทูต3 วัน

รูปข่าว : ม็อบเมียนมายังชุมนุม-ไทยปิดแผนกกงสุลสถานทูต3 วัน

สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงย่างกุ้ง ประกาศปิดให้บริการแผนกกงสุลระหว่างเป็นเวลา 3 วัน ขณะที่การชุมนุมประท้วงคำพิพากษาของศาลในคดีเกาะเต่ายังคงมีต่อเนื่อง

วันนี้ (28 ธ.ค.) พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมา เรียกร้องให้ทางการไทยทบทวนบทลงโทษ นายซอ ลิน และ นายวิน ชอ ทุน ชาวเมียนมา ซึ่งตกเป็นจำเลยในคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ 2 คน หลังจากที่ศาลจังหวัดเกาะสมุย จ.สุราษฏร์ธานี มีคำพิพากษาตัดสินประหารชีวิตจำเลยทั้ง 2 คน เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.ที่ผ่านมา

หนังสือพิมพ์ โกลบอล นิว ไลท์ ออฟ เมียนมา รายงานว่า พล.อ.อาวุโสมิน อ่อง หลาย แสดงความกังวลต่อคำพิพากษาของศาลไทยในกรณีดังกล่าว ผ่านทางสาสน์อวยพรปีใหม่ที่ส่งถึงคณะผู้นำระดับสูงของไทย ซึ่งรวมถึงพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี โดยผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมา ได้แสดงความเคารพต่อคำตัดสินในกระบวนการยุติธรรมของไทย แต่เน้นย้ำว่า ไทยควรหลีกเลี่ยงไม่ให้มีการลงโทษผู้บริสุทธิ์เกิดขึ้น ตำรวจไทยมั่นใจกระบวนการยุติธรรมโปร่งใส

ขณะที่เมื่อวานนี้ (27 ธ.ค.) โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมทีมสืบสวนสอบสวน ร่วมกันแถลงชี้แจงขั้นตอนการดำเนินคดี หลังจากศาลจังหวัดเกาะสมุย มีคำพิพากษาตัดสินประหารชีวิตชาวเมียนมา จำเลยในคดีที่ร่วมกันฆ่า 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษบนเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี โดยยืนยันว่า กระบวนการยุติธรรมของไทยที่ผ่านมาตั้งแต่เกิดเหตุ เป็นไปอย่างโปร่งใส ตามมาตรฐานสากล ซึ่งการที่ผู้ประท้วงชาวเมียนมาเรียกร้องให้รื้อคดีนั้น คงทำไม่ได้ แต่ถ้าจะยื่นอุทธรณ์ก็ทำได้ภายใน 30 วัน

นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า ในการพิพากษาคดีของศาลจังหวัดเกาะสมุย ได้ดำเนินกระบวนพิจารณาคดีตามพยานหลักฐานในสำนวน ซึ่งหลังจากมีคำตัดสิน ศาลยุติธรรมได้จัดทำสรุปคำพิพากษาเป็นภาษาไทย และภาษาอังกฤษเผยแพร่สู่สาธารณชน เพื่อให้ตรวจสอบได้แล้วว่า การพิจารณาศาลได้วินิจฉัยประเด็นใดบ้างส่วน

ด้าน นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ นายกสภาทนายความ กล่าวว่า ทนายความอาสาของสภาทนายความ จะทำหน้าที่ตรงนี้อย่างดีที่สุด เพื่อให้การอุทธรณ์ในศาลสูงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยขอให้ชาวเมียนมามั่นใจในกระบวนการยุติธรรมของไทย โดยในวันที่ 30 ธ.ค. เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาประจำประเทศไทย บิดาและมารดาของจำเลยทั้ง 2 คน และผู้เกี่ยวข้องได้นัดหมายคณะทำงานเพื่อมาพบ เพื่อจะได้ชี้แจงรายละเอียด ประเด็นข้อต่อสู้ที่จะหยิบยกมาอุทธรณ์คดีให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ เพราะจนถึงขณะนี้จำเลยทั้ง 2 คน ยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด ซึ่งตามกระบวนการยุติธรรมของไทยยังมีอีก 2 ชั้นศาล คือ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 และศาลฎีกา ที่จะพิจารณาข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตประจำนครย่างกุ้ง ประเทศพม่า ออกประกาศเรื่องการปิดให้บริการแผนกกงสุลระหว่างวันที่ 28-30 ธ.ค.สืบเนื่องจากการชุมนุมที่ยืดเยื้อบริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูต จึงขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ และหากผู้ใดมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องติดต่อแผนกกงสุล โดยเฉพาะกรณีจำเป็นต้องเดินทางไปรักษาพยาบาลที่ประเทศไทยในช่วงนี้ สามารถติดต่อกงสุลได้ที่หมายเลข 09-5090926 เพื่อมิให้การปิดทำการชั่วคราวของแผนกกงสุล ส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทางที่มีนัดรับเล่มหนังสือเดินทางที่ได้รับการตรวจลงตราแล้ว สถานเอกอัครราชทูตจะติดต่อตรงเพื่อแจ้งเวลาและสถานที่ใน การรับเล่มต่อไป

กลับขึ้นด้านบน