"รับเบอร์ซีตี้" แก้ปัญหายางพาราทั้งระบบ

"รับเบอร์ซีตี้" แก้ปัญหายางพาราทั้งระบบ

"รับเบอร์ซีตี้" แก้ปัญหายางพาราทั้งระบบ

รูปข่าว : "รับเบอร์ซีตี้" แก้ปัญหายางพาราทั้งระบบ

วันนี้ (28ธ.ค.2558) นายกรัฐมนตรีเดินทางลงพื้นที่ภาคใต้เพื่อหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปัญหาราคายางพาราตกต่ำ โดยเชื่อว่าการผลักดันโครงการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมยาง (รับเบอร์ซิตี้) ใน จ.สงขลา จะทำให้มูลค่าการลงทุนในอุตสาหกรรมยางแปรรูปไม่น้อยกว่า 8,000

นางรัชนี ไชยละมุน ตัวแทนเกษตรกรชาวสวนยางพารา ใน จ.สงขลา ถึงกับร่ำไห้เมื่อถูกเจ้าหน้าที่ห้ามไม่ให้เข้าไปภายในนิคมอุตสาหกรรม พร้อมแสดงความจริงใจว่าต้องการเดินทางมาให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ภาคใต้เพื่อหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ซึ่งบางพื้นที่รับซื้อจากเกษตรกรไม่ถึงกิโลกรัมละ 30 บาท ทำให้ชาวสวนยางพาราเดือนร้อน จึงอยากให้รัฐเข้ามาอุดหนุนราคายางไม่น้อยกว่ากิโลกรัมละ 80 บาท

เนื้อที่ 755 ไร่ของนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ กำลังจะถูกพัฒนาให้กลายมาเป็นนิคมอุตสาหกรรมยางพารา (รับเบอร์ซิตี้) ซึ่งจะนำนวัตกรรมด้านยางพารามาใช้ในการก่อสร้าง ก่อนจะเปิดมีการลงทุนในอุตสาหกรรมยาง ซึ่งขณะนี้มีบริษัทผู้ผลิตยางรถยนต์รายใหญ่สนใจเข้าร่วมลงทุนแล้ว 2 ราย โดยนิคมอุตหกรรมยาง ตั้งเป้าว่าจะเพิ่มมูลค่าการลงทุนให้ได้ อย่างน้อย 8,000 ล้านบาท และมีโรงงานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการแปรรูปยางพาราไม่ต่ำกว่า 30 โรงงานภายใน 5 ปี โดยจะใช้ปริมาณยางในตลาดประมาณ 1 - 2 แสนล้านตันต่อปี

ซึ่งการผลักดันนิคมอุตสาหกรรมยางครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีระบุว่า เป็นความพยายาม ปรับเปลี่ยนบทบาทของการเป็นประเทศผู้ผลิตวัตถุดิบมาเป็นประเทศผู้แปรรูป และเพิ่มการบริโภคยางภายในประเทศ เพื่อลดปริมาณยางที่ล้นตลาด และเห็นว่า การอุดหนุนด้านราคาเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกจุด

แต่แม้ว่าจะมีการเดินหน้าในการก่อสร้างรับเบอร์ซิตี้เพื่อแก้ปัญหายางพาราทั้งระบบ แต่ในระยะเวลาอันสั้นราคายางพารา ที่ผูกพันกับเศรษฐกิจโลกก็ทำให้หลายฝ่ายก็มองว่าราคายางพาราอาจไม่ขยับตัวในขณะนี้

อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรีย้ำว่า นอกจากการผลักดันนิคมอุตสาหกรรมยางซึ่งเป็นการแก้ปัญหาระยะยาวแล้ว ในระยะสั้นรัฐบาลได้ส่งเสริมให้มีการปรับเปลี่ยนอาชีพ หรือหาอาชีพเสริมเพื่อแก้ปัญหาราคายางพาราที่ตกต่ำในขณะนี้

 

กลับขึ้นด้านบน