ปรากฏการณ์ 11 ปี ทนายสมชาย นีละไพจิตร กับการถูกบังคับสูญหายของพลเมือง

ปรากฏการณ์ 11 ปี ทนายสมชาย นีละไพจิตร กับการถูกบังคับสูญหายของพลเมือง

ปรากฏการณ์ 11 ปี ทนายสมชาย นีละไพจิตร กับการถูกบังคับสูญหายของพลเมือง

รูปข่าว : ปรากฏการณ์ 11 ปี ทนายสมชาย นีละไพจิตร กับการถูกบังคับสูญหายของพลเมือง

แม้กระบวนการยุติธรรมยังไม่สามารถหาคำตอบการหายตัวไปของทนายสมชายได้ แต่ตลอด 11 ปีมานี้สังคมไทยเริ่มเห็นความสำคัญของการมีกฎหมายป้องกันการอุ้มหายมากขึ้น ปัญหาคือรัฐบาลยังไม่ผลักดันกฎหมายนี้อย่างจริงจัง

การหายตัวไปของประชาชนที่ปกป้องความเป็นธรรมจากการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐ แม้เพียง 1 คน ก็ถูกนับเป็นเรื่องสำคัญในสายตานานาชาติ แต่สำหรับประเทศไทยตั้งแต่ปี 2534 เป็นต้นมา มีรายชื่อผู้สูญหายแล้วกว่า 100 คนที่ยังไร้ร่องรอย เช่น นายทนง โพธิ์อ่าน ผู้นำแรงงานที่สูญหายเมื่อ พ.ศ. 2534 สมัยรัฐบาล รสช. หรือกรณีการปราบปรามประชาชนเมื่อเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม 2535 ซึ่งมีผู้สูญหายอย่างน้อย 31 คน รวมทั้ง นายสมชาย นีละไพจิตร ทนายความนักสิทธิมนุษยชน ที่หายตัวในช่วงเวลาใกล้เคียงกับประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างน้อยอีก 11 คน กรณีสูญหายระหว่างที่รัฐบาลดำเนินนโยบายสงครามยาเสพติดจำนวนมาก นอกจากนั้นก็มีการหายตัวไปของสมาชิกเครือข่ายต่อต้านการคอร์รัปชั่นที่ จ.ขอนแก่น รวมถึงนาย "บิลลี่" พอละจี รักจงเจริญ ผู้นำชาวกะเหรี่ยงที่สูญหาย ระหว่างถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวบริเวณเขตอุทยานแห่งชาติ แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ทั้งหมดยังไม่มีคนก่อเหตุได้รับโทษ แต่ทางสังคมมีความตื่นตัวต่อปัญหานี้ไม่น้อย

กลับขึ้นด้านบน