ทางรอดบันเทิงไทย ต้องอาศัย “ดราม่า” เรียกเรตติ้ง จริงหรือ?

ทางรอดบันเทิงไทย ต้องอาศัย “ดราม่า” เรียกเรตติ้ง จริงหรือ?

ทางรอดบันเทิงไทย ต้องอาศัย “ดราม่า” เรียกเรตติ้ง จริงหรือ?

ในยุคที่รายการเรียลลิตี้ชิงพื้นที่หน้าจอทีวีแทบทุกช่อง ใครจะอยู่หรือไปต้องจับคนดูให้ถูกจุด ปีที่ผ่านมาจึงเกิดเปลี่ยนแปลงทั้งรายการแนวร้องเพลงรวมถึงรายการเรียลลิตี้น้องใหม่มาแรง ซึ่งส่วนใหญ่เน้นขายดราม่าเรียกกระแส แต่จะเป็นทางรอดได้จริงหรือ ติดตามจากรายงาน

รูปข่าว : ทางรอดบันเทิงไทย ต้องอาศัย “ดราม่า” เรียกเรตติ้ง จริงหรือ?

ไม่ว่ารูปแบบการแข่งขันครั้งใหม่จะเป็นเช่นไร แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปในรายการเรียลลิตี้ร้องเพลงชื่อดัง คือโฉมหน้ากรรมการชุดใหม่ที่มาแทนที่ เพชร มาร์ ม้า อรนภา และ โจ้ สุธีศักดิ์ โดยหนึ่งในนั้นมีดีกรีเป็นเมนเทอร์ตัวเด่นประจำรายการเรียลลิตี้ดราม่า คาดการณ์ได้ว่าวางตัวมาเพิ่มความเข้มข้นโดยเฉพาะ และเป็นจุดขายใหม่ให้กับรายการประกวดร้องเพลง ด้วยความหวังเรียกคืนเรตติ้ง

รายการประกวดร้องเพลงที่ใช้รูปแบบเดิมมา 11 ปี เริ่มปรับเปลี่ยนตั้งแต่ขั้นตอนรับสมัคร ตอนนี้ยังไม่ถึงครึ่งวัน คนทยอยเดินทางมาสมัครกว่า 500 คิว แสดงให้เห็นว่าความนิยมยังอยู่ ซึ่งแม้ว่าจะได้โชว์พลังเสียงให้กรรมการฟังแค่ไม่กี่นาที แต่จุดเปลี่ยนที่อาจทำให้ถูกเลือก กลับอยู่ในใบสมัคร ในช่องระบุให้กรอกถึงเหตุการณ์ที่เศร้าที่สุดในชีวิต โดยคาดว่าจะนำมาใช้เป็นกระแสดราม่าเรียกความนิยม

 

          

การใส่ความเป็นเรียลลิตี้สมจริงผ่านชีวิตส่วนตัวผู้เข้าแข่งขัน ไปจนถึงการออกแบบกติกาให้ดราม่าเรียกน้ำตา ทั้งการให้สิทธิ์ป้องกันตัวจากการตกรอบ หรือจะแหวกทุกกฏดึงคนตกรอบไปแล้วกลับเข้ามาใหม่ เคยเป็นสูตรที่ใช้ได้กับรายการประกวดร้องเพลงไม่น้อย บางรายการใช้จุดขายเกาะติดชีวิตผู้เข้าประกวดตลอด 24 ชั่วโมง สร้างความผูกพันกับคนดูทางบ้าน จนกลายเป็นยุคทองของรายการจับไมค์ร้องเพลง

หากในวันที่เสียงร้องและความสามารถไม่ใช่คำตอบเดียวที่ผู้ชมต้องการ รวมถึงจุดอิ่มตัวของรายการแนวร้องเพลงที่คนดูเดาทางได้ ทำให้บัลลังก์ของรายการร้องเพลงสั่นคลอน และพ่ายให้กับรายการที่มีรูปแบบและลูกเล่นใหม่อย่าง เดอะ เฟซ ไทยแลนด์

แทบจะแย่งซีนผู้เข้าแข่งขัน เพราะสิ่งที่น่าติดตามมากกว่าผลแพ้ชนะคือคำพูดของเมนเทอร์หรือหัวหน้าทีมทั้ง 3 คน ที่โต้ตอบกันอย่างเผ็ดร้อนได้จังหวะเหมาะเจาะ จนคนดูอดสงสัยไม่ได้ว่ามีสคริปต์หรือไม่ ดราม่าในข้างต้นเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้รายการ เดอะ เฟซ ไทยแลนด์ ฤดูกาลที่ 2 อยู่ในกระแสมากที่สุดในช่วงปลายปี 2558 ที่ผ่านมา และยังได้พลังในโซเชียลช่วยต่อยอดความนิยม ทั้งเพจรวบรวมคำคมเด็ด รวมถึงคลิปล้อเลียน

จุดขายที่ดราม่าเข้มข้นไม่ต่างจากดูละครหลังข่าว ทั้งการวางบุคลิกหัวหน้าทีมเทียบได้กับตัวละคร ที่มีทั้งนางเอก นางร้าย และตัวชง รวมถึงอาศัยการตัดต่อให้มีสีสันแบบรายการเรียลลิตี้ ดูจะเป็นทางรอดของรายการยุคนี้ ที่จับรสนิยมคนดูบ้านเราถูกจุดด้วยการใช้ดราม่าเรียกเรตติ้ง ขณะที่รายการต้นฉบับในต่างประเทศกลับไม่ประสบความสำเร็จเพราะขายดราม่ามากเกินไป
ด้านผู้ผลิตรายการและผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อวิเคราะห์ว่า รายการที่เน้นขายดราม่ายังคงมาแรง โดยปีหน้าผู้ผลิตรายการเรียลลิตี้ดราม่าชื่อดังยังเตรียมอาศัยช่วงน้ำขึ้นให้รีบตัก ต่อยอดเป็นรายการเฟ้นหานายแบบ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในยุคที่ความบันเทิงผูกติดกับดราม่า หลายรายการคงต้องปรับตัวใหม่ หากก็ต้องไม่ยัดเยียดความดราม่าเกินพอดีจนผู้ชมรู้สึกอึดอัด ขณะเดียวกันคนดูเองก็ควรรับสื่อบันเทิงเรียลลิตี้อย่างมีความรู้ ไม่ตกเป็นเหยื่อดราม่าเสียเอง

กลับขึ้นด้านบน