เหลียวหลังวิบากกรรมหนังไทยในปี 58 ก่อนแลหน้าทิศทางภาพยนตร์สยามปี 59

เหลียวหลังวิบากกรรมหนังไทยในปี 58 ก่อนแลหน้าทิศทางภาพยนตร์สยามปี 59

เหลียวหลังวิบากกรรมหนังไทยในปี 58 ก่อนแลหน้าทิศทางภาพยนตร์สยามปี 59

ตลอดทั้งปี 2558 ที่ผ่านมา ดูเหมือนเป็นปีที่วงการหนังไทยประสบปัญหามากที่สุดอีกปีหนึ่ง ทั้งเรื่องการแบนภาพยนตร์ การปิดตัวของค่ายหนังพันล้าน รวมถึงเป็นปีที่หนังไทยอยู่ในภาวะถดถอยมากที่สุด อะไรเป็นสาเหตุ และหนังไทยจะเดินต่อไปในทิศทางไหน ติดตามจากรายงาน

รูปข่าว : เหลียวหลังวิบากกรรมหนังไทยในปี 58 ก่อนแลหน้าทิศทางภาพยนตร์สยามปี 59

วันนี้ (4 ม.ค. 2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแบนภาพยนตร์เรื่อง อาบัติ โดยให้เหตุผลว่ามีฉากที่อาจสร้างความเสื่อมเสียให้กับศาสนา และ “ขัดต่อศีลธรรมอันดี” แต่กลับเปลี่ยนคำตัดสินในเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์หลังผู้สร้างเปลี่ยนชื่อและตัดหนังออกไปเพียงสามนาที

หรือคำสั่งยกฟ้องคำร้องขอฉาย Insects in the backyard ของ ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ที่ต่อสู้มานานถึง 5 ปี ด้วยเหตุผลว่ามีฉากเพศสัมพันธ์และเห็นอวัยวะเพศ 3 วินาที ผิดกฎหมายอาญา ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ตุลาการผู้แถลงคดีให้ความเห็นว่าสามารถฉายได้ในเรต 20+ ตามกำหนดลักษณะของประเภทภาพยนตร์ ปี 2552 ของกระทรวงวัฒนธรรม ที่ระบุว่าหนังเรต 20+ สามารถมีฉากเพศสัมพันธ์และเห็นอวัยวะเพศได้

         

สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2558 จึงเป็นการตอกย้ำถึงปัญหาเรื่องความไม่ชัดเจนของกฎหมายภาพยนตร์ ทำให้คนในวงการพยายามหาทางแก้ไข โดยรวมตัวเรียกร้องให้มีการตัดมาตรา 26 (7) ของ พ.ร.บ. ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 ว่าด้วย “ภาพยนตร์ที่ห้ามเผยแพร่ในราชอาณาจักร” ออก เนื่องจากเชื่อว่าระบบเรตติ้งสามารถจำกัดกลุ่มผู้ชมได้

ทั้งยังต้องการให้กำหนดข้อกฎหมายให้ชัดเจน เช่นคำว่า “ศีลธรรมอันดี” ในมาตรา 29 ที่ให้อำนาจคณะกรรมการเซ็นเซอร์ ตีความเพื่ออนุญาตให้ฉายหรือไม่ฉายหนังได้ตามวิจารณญาณของแต่ละคณะ

ปี 2558 ยังเป็นปีที่ภาพยนตร์ไทยกระแสหลักอยู่ในช่วงถดถอย ทั้งในแง่คุณภาพที่ถูกผู้ชมวิจารณ์อย่างหนักและรายได้ ซึ่งตลอดทั้งปีหนังไทยส่วนใหญ่ทำเงินเพียงเสมอตัวหรือขาดทุนแทบทั้งสิ้น

แม้ผู้สร้างบางส่วน พยายามนำหนังดังในอดีตที่เคยทำรายได้มาปัดฝุ่นใหม่ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ส่งให้ส่วนแบ่งทางการตลาดในอุตสาหกรรมหนังของปีที่แล้ว หนังไทยทำรายได้รวมเพียงร้อยละ 17 จากมูลค่ากว่า 4,400 ล้านบาท

สิ่งที่ดูสวนทางกับภาพยนตร์ไทยกระแสหลัก คงเป็นหนังนอกกระแสที่ในปี 2558 ถือว่าเป็นปีทอง เห็นได้จากการเข้าฉายอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีที่ผ่านมา หลายเรื่องไม่เพียงได้รับรางวัลแต่ยังทำรายได้เกินเป้า แม้หนังนอกกระแสจะได้ความนิยมมากขึ้น แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้มีผลกับอุตสาหกรรมหนังไทยโดยรวมเท่าไรนัก

การปิดตัวของค่ายหนังอารมณ์ดี GTH เจ้าของปรากฎการณ์หนังพันล้าน กลายเป็นข่าวใหญ่ส่งท้ายปีที่สร้างความตกใจให้แฟนภาพยนตร์ไม่น้อย เนื่องจากไม่มีใครคาดคิดว่าสตูดิโอที่รุ่งเรืองที่สุดแห่งยุคจะปิดตำนานลงหลังดำเนินงานเพียง 11 ปี ด้วยสาเหตุความไม่ลงรอยระหว่างหุ้นส่วนสำคัญอย่าง ไท เอ็นเตอร์เทนเมนต์ และ หับ โห้ หิ้น

หากระยะเวลาเพียงเดือนเดียวให้หลัง จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และ หับ โห้ หิ้น ก็จับมือกันอีกครั้ง เปิดบริษัทใหม่ในนาม "GDH 559" ส่งให้กระแสข่าวจากคนใกล้ชิดของ ไท เอ็นเตอร์เทนเมนต์ที่ออกมาเปิดเผยก่อนหน้าว่านี่คือเกมปฏิวัติยึดอำนาจดูมีมูลมากขึ้น

การแยกตัวของ GDH 559 และการยืนยันว่าจะทำหนังต่อของ ไท เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ที่เคยสร้างชื่อมาแล้วจาก สตรีเหล็ก จึงน่าจับตาว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจเป็นการเปิดศักราชใหม่ให้กับวงการภาพยนตร์ ที่คาดว่าต่อไปจะมีหนังคุณภาพออกมาอย่างต่อเนื่อง และอุตสาหกรรมหนังไทยจะมีการแข่งขันสูงขึ้น

เปิดศักราชใหม่มาได้ไม่ถึง 1 สัปดาห์ ตอนนี้ค่ายหนังหลายแห่งทั้งใหม่และเก่า ต่างทยอยปล่อยรายชื่อหนังที่จะฉายในปีนี้ออกมา โดยหลายคนก็ให้ความเห็นว่า ปีนี้อุตสาหกรรมหนังไทยน่าจะคึกคักเป็นพิเศษ เพราะมีภาพยนตร์หลากหลายแนวเข้าฉาย

กลับขึ้นด้านบน