"พล.อ.ประยุทธ์" ใช้อำนาจตามมาตรา 44 สั่งปลดบอร์ด สสส. 7 คน

"พล.อ.ประยุทธ์" ใช้อำนาจตามมาตรา 44 สั่งปลดบอร์ด สสส. 7 คน

"พล.อ.ประยุทธ์" ใช้อำนาจตามมาตรา 44 สั่งปลดบอร์ด สสส. 7 คน

รูปข่าว : "พล.อ.ประยุทธ์" ใช้อำนาจตามมาตรา 44 สั่งปลดบอร์ด สสส. 7 คน

วันนี้ (5 ม.ค.2559) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 1/2559 เรื่องประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบเพิ่มเติม ซึ่งมีทั้งหมด 59 คน ในจำนวนนี้มีชื่อของกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 7 คน

ตามบัญชีแนบท้ายคำสั่งหัวหน้าคสช.1/2559 เรื่องประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบเพิ่มเติม ครั้งที่ 3 ประกอบด้วย
กลุ่ม 1 ผู้บริหารสถานศึกษา 2 คน
กลุ่ม 2 ข้าราชการพลเรือน 2 คน
กลุ่ม 3 ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 44 คน
กลุ่ม 4 ข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4 คน
กลุ่ม 5 กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ 7 คน

โดยชื่อที่ได้รับการจับตามากที่สุดคือ กลุ่มที่ 5 กรรมการกองทุน สสส. จำนวน 7 คน ได้แก่
1. นายแพทย์ วิชัย โชควิวัฒน กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพรองประธานคนที่สอง
2. นายสงกรานต์ ภาคโชคดี กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
3. นายเอ็นนู ชื่อสุวรรณ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
4. นายยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
5. นายสมพร ใช้บางยาง กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
6. รองศาสตราจารย์ประภัทร นิยม กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
7. นายวิเชียร พงศธร กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

ทั้งนี้ในข้อ 6 ของคำสั่งฉบับนี้ระบุว่า "ให้ผู้มีรายชื่อในกลุ่มที่ 5 กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ตามบัญชีแนบท้ายคำสั่งนี้พ้นจากการเป็นกรรมการและการดำรงตำแหน่งในกองทุนดังกล่าว และให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการแต่งตั้งกรรมการใหม่ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียดของคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 1/2559 ซึ่งลงนามโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. มีดังนี้

ตามที่มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๖/๒๕๕๘ เรื่อง มาตรการแก้ปัญหาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบและการกำหนดกรอบอัตรากำลังชั่วคราว ลงวันที่ ๑๕พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๕๘ เรื่อง แต่งตั้งและให้เจ้าหน้าที่ของรัฐดำรงตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่อื่น ลงวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๘ นั้นโดยที่หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบได้เสนอรายงานเพิ่มเติมเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบจึงจำเป็นต้องประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐเพิ่มเติมจากรายชื่อตามบัญชีแนบท้ายคำสั่งดังกล่าวตามความในข้อ๕ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๖/๒๕๕๘ประกอบกับจำเป็นต้องให้เจ้าหน้าที่ของรัฐบางตำแหน่งพ้นจากตำแหน่งเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของงานอันเป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูปราชการแผ่นดิน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา๔๔ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว)พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ผู้ที่มีรายชื่อในกลุ่มที่ ๑ ผู้บริหารสถานศึกษา ตามบัญชีแนบท้ายคำสั่งนี้ ระงับการปฏิบัติราชการหรือหน้าที่ในตำแหน่งเดิมเป็นการชั่วคราว
ข้อ ๒ ให้ผู้มีรายชื่อในกลุ่มที่ ๒ ข้าราชการพลเรือน ตามบัญชีแนบท้ายคำสั่งนี้ ระงับการปฏิบัติราชการในตำแหน่งเดิมเป็นการชั่วคราว และไปปฏิบัติราชการประจำหน่วยงานนั้นตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย
ข้อ ๓ ให้ผู้มีรายชื่อในกลุ่มที่ ๓ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามบัญชีแนบท้ายคำสั่งนี้ ระงับการปฏิบัติราชการหรือหน้าที่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดำรงตำแหน่งอยู่เป็นการชั่วคราวโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน
ข้อ ๔ ให้ผู้มีรายชื่อในกลุ่มที่ ๔ ข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามบัญชีแนบท้ายคำสั่งนี้ ไปช่วยราชการที่ศาลากลางจังหวัดที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นตั้งอยู่หรือสถานที่ราชการอื่นตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดกำหนดแต่ต้องมิใช่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่อยู่เดิมโดยไม่ต้องมีคำร้องขอและให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายเป็นผู้บังคับบัญชามีอำนาจมอบหมายให้ผู้นั้นปฏิบัติงานตามความเหมาะสม

ในกรณีนี้มิให้บุคคลดังกล่าวได้รับเงินประจำตำแหน่งและสิทธิเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการชั่วคราวตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๕๕ อันเนื่องจากการไปช่วยราชการตามคำสั่งนี้
ข้อ ๕ เมื่อหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และสำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้มีรายชื่อในกลุ่มที่ ๑ ถึงกลุ่มที่ ๔ ต่อหน่วยงานต้นสังกัดแล้วให้หน่วยงานนั้นเร่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือสอบสวนเพื่อดำเนินการทางวินัยในกรณีไม่พบว่ามีความผิดก็ให้รายงานนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาเปลี่ยนแปลงคำสั่งต่อไป
ข้อ ๖ ให้ผู้มีรายชื่อในกลุ่มที่ ๕ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ตามบัญชีแนบท้ายคำสั่งนี้พ้นจากการเป็นกรรมการและการดำรงตำแหน่งในกองทุนดังกล่าว และให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการแต่งตั้งกรรมการใหม่ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ข้อ ๗ ให้กำหนดตำแหน่งนายจเร พันธุ์เปรื่อง ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรีตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๘ ไว้ในสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๘
ข้อ ๘ การรับเงินเดือน สิทธิประโยชน์ หรือประโยชน์ตอบแทนใด ๆ ของผู้มีรายชื่อในกลุ่มต่าง ๆ ตามบัญชีแนบท้ายคำสั่งนี้และตามข้อ ๗ ให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ
ข้อ ๙ ในกรณีมีปัญหาให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนหรือส่วนราชการเจ้าของเรื่องเสนอปัญหาและแนวทางดำเนินการให้นายกรัฐมนตรีวินิจฉัยคำวินิจฉัยของนายกรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด
ข้อ ๑๐ นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีแล้วแต่กรณี อาจมีคำสั่งหรือมติเปลี่ยนแปลงคำสั่งนี้ได้ตามที่เห็นสมควร

คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

สั่งณวันที่ ๕ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๙

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

อ่านคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่1/2559

กลับขึ้นด้านบน